ข้อมูลองค์ความรู้โดย
ธนพล ต่อสิทธิเดชกุล
ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ

การนำ Software CRM มาใช้'งานจริง (15)

ประเภทอุตสาหกรรม :   เครื่องจักรกล, เครื่องหนัง, จิวเวอรี่และเครื่องประดับ, ชิ้นส่วนยานยนต์, ผลิตอาหาร, พลังงาน, พลาสติก, ไฟฟ้า, ไม้และเฟอร์นิเจอร์, โรงแรมและรีสอร์ท, สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม, เหล็ก, อิเล็กโทรนิคส์, อุตสาหกรรมบริการ

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Enterprise Back Office
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   CRM
  ลงข้อมูลเมื่อ 17:42:10 13/04/2011
  Page View (2730) แบ่งปัน

การบริหารการขายในบทนี้จะเกี่ยวข้องกับเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการขายตั้งแต่ใบเสนอราคา (Quotation) ใบสั่งขาย (Sale Order) ใบกำกับภาษี (Invoice) ใบส่งของ (Shipment) และใบลดหนี้ (Credit Note) ซึ่ง งานเอกสารกับพนักงานขายถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการจัดทำ และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารเหล่านี้พอสมควร จนบางองค์กรต้องแบ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายออกมา

เพื่อทำงานเอกสารเหล่านี้เลยก็มี

ดังนั้นในการนำระบบ CRM มาใช้จึงควรพิจารณาถึงความสามารถในก ารจัดทำ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อของลูกค้าให้สามารถอ้างอิงและเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้า สินค้าและข้อมูลการขายอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน ซึ่ง จะช่วยให้พนักงานขายของคุณลดเวลาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับเอกสารลงไปได้มาก และเอาเวลาที่ส่วนใหญ่ให้กับการสร้างรายได้ให้กับบริษัทอย่างเต็มที

นอกจากนี้แล้วควรพิจารณาถึงการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้ นจาก ระบบ หรือ การอนุมัติเอกสารจากหัวหน้าก่อนที่จะส่งถึงเอกสารดังกล่าวให้กับลูกค้า เพื่อป้องกันและลดโอกาสเกิดความผิดพลาดลงให้เหลือน้อยที่สุด

 

การนำ CRM มาช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเอกสารการขาย

ในด้านของการลดค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเหล่านี้ เช่น ใบเสนอราคาที่อาจจะต้องส่งให้กับลูกค้าหลายครั้งในการส่งใบเสนอราคาให้ลูกค้าแต่ละครั้งพนักงานอาจจะต้องพิมพ์เอกสาร ส่งไปขออนุมัติจากหัวหน้า จากนั้นก็ส่งแฟ็ กซ์ไปหาลูกค้า แล้วก็โทรไปถามลูกค้าว่าได้รับแฟ็กซ์หรือยังซึ่งแต่ละขั้นตอน จะมีทั้งค่ากระดาษ, หมึกพิมพ์, ค่าส่งแฟ็กซ์, ค่าโทรศัพท์ เกิดขั้นถ้าขั้นตอนไหนใส่รายละเอียด

สินค้าหรือราคาผิด ก็ต้องกลับมาแก้ใหม่ ส่งใหม่ ก็จะเกิดค่าใช้จ่ายขั้น มาอีกเป็นเท่าตัว

จะประหยัดกว่าไหมถ้าคุณสามารถนำระบบ CRM มาช่วยในการดึงรายละเอียดสินค้าและราคาที่ถูกต้องจากระบบ การขออนุมัติใบเสนอราคาจากหัวหน้าโดยไม่ต้องพิมพ์แก้ไขหลาย รอบผ่านระบบอนุมัติ Approve Center การส่งใบเสนอราคาให้ลูกค้าทางอีเมล์โดยไม่ต้องสั่งพิมพ์เป็นกระดาษแล้วใช้ระบบอีเมล์ในการสื่อสารกับลูกค้าแทนการโทรสอบถามว่าได้รับเอกสารหรือยังในกรณีที่ลูกค้าของคุณไม่สะดวกในการสื่อสารผ่านอีเมล์ คุณอาจจะสั่งให้ส่งแฟ็กซ์ให้กับลูกค้าผ่านระบบ Fax Service เช่น Microsoft Fax Service หรือ WinFax ผ่านโปรแกรม CRM โดย ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ลงกระดาษก่อน ซึ่ง จะช่วยลดค่ากระดาษ และค่าหมึกพิมพ์ลงได้

 

การนำเอกสารการขายที่เก็บไว้ใน CRM มาใช้งานภายหลัง

การเก็บเอกสารทางการขายเหล่านี้ไว้ในระบบ CRM จะช่วยให้ท่านสามารถค้นคืนได้ง่าย เช่น ในระหว่างการขายที่มีการเสนอราคาหลายรอบคุณสามารถดูประวัติการเสนอราคาได้ว่าเคยเสนอราคาอย่างไรบ้างในการบริการหลังการขายก็สามารถตรวจสอบได้ว่าลูกค้าซื้อ สินค้าอะไรไปหรือฝ่ ายการตลาดอาจจะดูประวัติการซื้อ สินค้าเพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการจัดแคมเปญที่เหมาะสมให้กับ

ลูกค้าแต่ละรายได้อีกด้วย

 

ใบเสนอราคา (Quotation)

การจัดทำใบเสนอราคาเป็นการนำเสนอรายการสินค้าขององค์กรที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า พร้อมแจ้งราคาสินค้า และเงื่อนไขในการบริการต่างๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้ถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะเกิดขั้น จากการซื้อ สินค้าหรือบริการในครั้งนั้นๆ ใบเสนอราคามีข้อมูลสำคัญที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่

_ ข้อมูลของลูกค้า เช่น ชื่อ บริษัทผู้ติดต่อ หรือข้อมูลอื่นๆ สำหรับการติดต่อ

_ ข้อมูลสินค้า เช่น รหัสหรือชื่อสินค้าจำนวน ราคาสินค้า เป็นต้น

_ ข้อมูลการขายและชำระเงิน เช่น เงื่อนไขการจ่ายชำระเงื่อนไขการบริการจำนวนวันยืนราคา เป็นต้น

_ ข้อมูลอื่น ได้แก่ ผู้จัดทำใบเสนอราคาหรือพนักงานขาย ผู้อนุมัติใบเสนอราคา เป็นต้น

นอกจากนี้สิ่งที่ควรพิจารณาในการนำระบบ CRM มาช่วยในการจัด ทำใบเสนอราคาได้แก่

_ ควรสามารถนำ Opportunity มาสร้างใบเสนอราคาให้ได้เลย โดยไม่ต้องเสีย เวลาใส่ข้อมูลใบเสนอราคาทั้งหมดใหม่ซ้ำอีกครั้ง

_ สามารถคัดลอก (Copy) ใบเสนอราคาเดิมที่เคยส่งให้ลูกค้ารายอื่นมาใช้งานได้ เพียงแก้ไขข้อมูลลูกค้าและรายละเอียดเพียงบางส่วนได้ จะช่วยลดเวลาได้มาก

_ การแก้ไขใบเสนอราคาในแต่ละครั้งควรมีการเก็บประวัติของใบเสนอราคาเดิมไว้ด้วยพร้อมมีหมายเลขครั้งที่แก้ไข หรือ Revision กำกับไว้

_ กรณีที่ใช้ระบบอนุมัติผ่านระบบซอฟท์แวร์ CRM การพิมพ์ใบเสนอราคาควรสามารถนำลายเซ็นต์ของพนักงานขาย ผู้อนุมัติ หรือผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ มาออกในใบเสนอราคาได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาในการเซ็นต์เอกสาร

_ ถ้าคุณต้องการลดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ใบเสนอราคาทั้งค่าหมึกพิมพ์และค่ากระดาษ

ควรใช้วิธีการแฟ็กซ์ใบเสนอราคาผ่านซอฟท์แวร์ CRM ส่งให้ลูกค้าโดยตรงโดยทีพิมพ์ออกมาเป็นกระดาษก่อน

_ กรณีที่ลูกค้าใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ คุณอาจจะส่งใบเสนอราคาให้ลูกค้าโดยใช้อีเมล์แทนการส่งแฟ็กซ์ จะช่วยคุณประหยัดค่าโทรศัพท์ลงได้ไม่ต้อ ง

 

การกำหนดราคาขาย

สำหรับธุรกิจที่มีสินค้าอยู่หลายอย่าง หรือมีการตั้งราคาขายที่ซับซ้อนหรือมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อย จะประสบปัญหาในการจัดทำใบเสนอราคาว่าจะต้องราคาใด หรือสามารถให้ส่วนลดแก่ลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด ความสามารถในการกำหนดราคาขายของซอฟท์แวร์ CRM จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวให้คุณได้

ตัวอย่างเช่น คุณอาจจะตั้งให้ระบบกำหนดราคาขายสินค้าตาม Price List เป็นอันดับแรก แต่ถ้าลูกค้าหรือสินค้าดังกล่าวไม่เข้าเงื่อนไข ก็จะไปดึงราคาตาม Standard Price มาใช้แทน แต่ถ้ายังไม่เข้าเงื่อนไขอีกก็จะดึงราคาขายครั้ง ล่าสุดที่เคยขายให้กับลูกค้ารายนั้นแต่ถ้าลูกค้ายังไม่เคยซื้อ สินค้ามาก่อน ระบบจะดึงราคาขายครั้งล่าสุดมาใช้แทน แต่ถ้าสินค้านั้นยังไม่เคยขายมาก่อนเลยระบบก็จะไปดึงราคาที่กำหนดไว้ที่สินค้ารายตัวมาใช้เป็นตัวเลือกสุดท้าย

 

การกำหนดราคาขายให้สินค้ารายตัว

สำหรับธุรกิจที่ราคาสินค้าคงที่ เปลี่ยนแปลงไม่บ่อยนัก สามารถกำหนดราคาขายให้กับหน่วยนับหลักที่ใช้ในการขายไว้ที่หน้าจอกำหนดข้อมูลสินค้า (Items) ได้

นอกจากเรื่องการกำหนดราคาขายแล้ว จะขอกล่าวถึงคุณสมบัติในการขายสินค้าที่เป็นชุดคุณสามารถนำสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกัน เช่น อุปกรณ์เสริม หรือ บริการพิเศษ เพี่มเข้าไป แล้วนำราคาของสินค้าต่างๆ มารวมกับราคาของสินค้าหลัก ตอนที่ทำใบเสนอราคาคุณเพียงเลือกใช้สินค้าชุดที่ต้องการ ราคาและรายละเอียดของสินค้าเสริมและบริการพิเศษที่คุณได้จัดชุดไว้จะถูกอ้างอิงมาให้โดยอัตโนมัติ ซึ่ง จะช่วยให้คุณลดเวลาในการทำใบเสนอราคาลงได้มาก

 

การกำหนดราคาขายมาต รฐาน (Standard Price)

การกำหนดราคาขายมาตรฐานจะเหมาะสำหรับธุรกิจที่จำเป็นต้องมีการปรับราคาขายสินค้าอยู่บ่อยๆ ตามต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยที่คุณสามารถกำหนดช่วงระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดได้ล่วงหน้าได้การกำหนดราคาขายมาตรฐานจะช่วยให้พนักงานขายสามารถนำ ราคาขายปัจจุบันไป

นำเสนอราคาให้กับลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ลดปัญหาการใช้ราคาเก่าไปบอกลูกค้าซึ่ง อาจส่งผลกับความพึงพอใจของลูกค้ากรณีที่จำเป็นต้องแก้ไขราคาที่สูงกว่าที่เคยเสนอไปครั้งแรก

การกำหนดราคา ขาย (Price List)

ประเด็นหนึ่งที่สำคัญในการกำหนดราคาขายสินค้าสำหรับธุรกิจที่มีลูกค้าหลายระดับคือการกำหนดราคาขายให้กับลูกค้าแต่ละระดับที่แตกต่างกันไป เช่น คุณอาจจะให้ราคาขายส่งสำหรับตัวแทนจำหน่าย ให้ราคาพิเศษสำหรับสมาชิก เป็นต้นนอกจากนี้ในกรณีที่คุณต้องการจัดราคาโปรโมชั่นในระยะเวลาสั้นๆ ให้กับลูกค้าทุกราย คุณเพียงกำหนดส่วนลดให้กับลูกค้าทุกราย และช่วงวันที่มีผลในการใช้ราคาส่วนลดดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้องตามไปแก้ราคาเองที่ค่าเริ่มต้น

สำหรับส่วนลดที่กำหนดจาก Price List จะถูกนำไปแสดงในใบเสนอราคาด้วย เพื่อแจ้งลูกค้าให้รู้ว่าได้รับส่วนลดเท่าไหร่จากราคาขายที่ตั้งไว้ ซึ่งจะต่างจากStandard Price ที่จะแสดงเพียงราคาขายเท่านั้น



องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
การนำ Software CRM มาใช้'งานจริง (14)
การบริหารทีมขาย (2)

โดย... ธนพล ต่อสิทธิเดชกุล

การนำ Software CRM มาใช้'งานจริง (19)
การบริหารกระบวนการกระตุ้นการขาย (Campaign Management)

โดย... ธนพล ต่อสิทธิเดชกุล

การนำ Software CRM มาใช้'งานจริง (20)
การบริหารกระบวนการกระตุ้นยอดขาย 2 (Campaign Management 2)

โดย... ธนพล ต่อสิทธิเดชกุล

การนำ Software CRM มาใช้'งานจริง (13)
การบริหารทีมขาย

โดย... ธนพล ต่อสิทธิเดชกุล

การนำ Software CRM มาใช้'งานจริง (12)
การบริหาร Lead ด้วยSoftware CRM (3)

โดย... ธนพล ต่อสิทธิเดชกุล

การนำ Software CRM มาใช้'งานจริง (17)
การบริหารสัญญาบริการ

โดย... ธนพล ต่อสิทธิเดชกุล

การนำ Software CRM มาใช้'งานจริง (18)
การบริหารศูนย์บริการ (1)

โดย... ธนพล ต่อสิทธิเดชกุล

การนำ Software CRM มาใช้'งานจริง (2)
ประโยชน์ของ Software CRM

โดย... ธนพล ต่อสิทธิเดชกุล

การเลือกซื้อซอฟต์แวร์ ERP สำหร้บโรงงานอุตสาหกรรม
ในปัจจุบันซอฟต์แวร์บริหารจัดการองค์กร หรือ Enterprise Resource Planning นั้นขยายขอบเขตไปมาก และมีราคาค่าลิขสิทธิ์ และค่าบริการวางระบบที่ลดลงมามาก ในส่วนของโปรแกรมนั้นจะมีในส่วนของโปรแกรมบริหารลูกค้าสัมพันธ์(CRM) หรือโปรแกรมบริหารการขนส่ง(TMS) เพิ่มเข้ามาให้เห็นในท้องตลาดซึ่งทำให้การรวมศูนย์ของข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนกลยุทธ์องค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ปัญหาที่มักจะทำให้เกิดอุปสรรคในการวางระบบส่วนใหญ่นั้นมักจะมาจากการวางระบบบริหารการผลิต(Manufacturing Resource Planning-MRP) เพราะลักษณะเฉพาะบางประการของการวางระบบนี้ซึ่งผู้ที่กำลังพิจารณาจัดซื้อโปรแกรมทางด้านนี้ต้องพิจารณาให้ดีก็คือ การบันทึกข้อมูลที่ต้องการความรวดเร็ว การนำข้อมูลมาบันทึกย้อนหลัง หรือบันทึกข้อมูลเข้าสู่โปรแกรมช้ามักไม่เกิดประโยชน์ในการใช้งานโปรแกรม แตกต่างจากโปรแกรมอื่นๆที่แม้บันทึกช้าไปบ้างก็ยังสามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้ ในอนาคตองค์กรก็ต้องใช้งานระบบ ERP ทุกๆระบบอย่างสอดคล้องกันเพื่อผลลัพธ์ในการบริหารงานที่ดีที่สุดดังนั้นการเลือกซอฟต์แวร์ระบบก็ควรมองต่อไปข้างหน้าด้วยถึงการเชื่อมโยงกันของระบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นระบบ MRP, บัญชี-การเงิน, CRM, HRM, TMS ที่จะต้องนำมาเชื่อมต่อกันว่าการเลือกซอฟต์แวร์ที่มีความเป็นเนื้อเดียวกัน(คือข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกันไม่ต้อง Import-Export files) ยิ่งระบบฐานข้อมูลเป็นเนื้อเดียวกันเท่าไรโอกาสในการทำงานซ้ำซ้อนก็จะลดลงมากเท่านั้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อม และงบประมาณขององค์กรนั้นๆด้วยว่าจะจัดซื้อซอฟต์แวร์ได้ในราคาเท่าใด คำถามที่อยากฝากไว้เวลาจะเลือกซื้อโปรแกรม MRP ก็คือ สำหรับโรงงานของเรานั้น หากโปรแกรมที่ซื้อมาบอกแต่ว่าจะต้องใช้วัสดุหรือวัตถุดิบเท่าไร แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเมื่อไรจะนำมาใช้งานจริงในองค์กรได้หรือไม่ และแม้ว่าเราจะทราบปริมาณสินค้าคงเหลือในสต็อกของเราทันตามเวลาที่เรากำหนด แต่ถ้าเราไม่ทราบว่าสินค้าที่เราทราบจำนวนสต็อกที่ถูกต้องแล้วนั้นมีใบสั่งงานหรือแผนการผลิตรอเบิกไปผลิตอีกเท่าไร หรือสินค้าสำเร็จรูปที่มีคำสั่งซื้อแล้วขาดแต่เพียงการจัดของขึ้นรถเพื่อส่งสินค้า เราจะใช้โปรแกรมนั้นๆ บริหารงานภายในโรงงานของเราจริงๆได้หรือไม่ การเลือกขึ้นระบบ หากไม่สามารถขึ้นระบบทุกระบบได้พร้อมๆกัน องค์กรจำเป็นต้องเลือกระบบใดระบบหนึ่งมาทำการวางระบบก่อนนั้นอาจพิจารณาความพร้อมภายในองค์กรได้ดังนี้ 1. ส่วนงานใดวิกฤตที่สุดมีความจำเป็นต้องทำระบบทันทีมิฉะนั้นจะเกิดปัญหาภายในองค์กร เช่นไม่สามารถจัดหาข้อมูลที่ถูกต้องมาจัดทำรายงาน หรือมาอ้างอิงในการทำงานได้เลย และส่งผลกระทบต่อการบริหารองค์กร 2. ศักยภาพการทำงานของหน่วยงานนั้นสู้คู่แข่งไม่ได้ เช่นคู่แข่งใช้โปรแกรม CRM แล้วสามารถรักษาลูกค้าเก่ารวมถึงลูกค้าใหม่ได้ดีกว่า หรือคู่แข่งใช้โปรแกรม MRP แล้วสามารถวางแผนการส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้อย่างแม่นยำ รวมถึงสามารถเสนอราคาได้ดีกว่าที่เราทำ 3. มีงานซ้ำซ้อนกันมาก เช่น เอกสาร 1เอกสารต้องใช้คนบันทึก 3-4 คน(ฝ่ายผลิตบันทึก 1 ครั้ง, ฝ่ายสโตรบันทึก 1 ครั้ง, ฝ่ายบัญชีบันทึกอีก 1 ครั้ง) ทั้งๆที่เป็นข้อมูลเดียวกัน เป็นต้น จะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้น เช่นหากต้องการวางระบบ ERP ของโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งประกอบด้วยโปรแกรมบัญชีการเงิน และโปรแกรม MRP แล้วโดยทั่วไปหากวางระบบบัญชีก่อนมักจะประสบปัญหาไม่สามารถทำสต็อก และต้นทุนของสินค้ากึ่งสำเร็จรูปออกมาได้เพราะขาดการ track ปริมาณสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่เกิดขึ้น และรอนำไปผลิตอยู่ซึ่งทำให้บัญชีต้องตีมูลค่าสินค้ากึ่งสำเร็จรูปทั้งหมดเป็น WIP(Work In Process) ทั้งๆที่จริงๆแล้วไม่ใช่ สินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่ผลิตได้ในโรงงานหลายๆส่วนเป็นสินค้าประเภท common parts สามารถไปผลิตสินค้าสำเร็จรูปได้หลายรายการเราจึงผลิตสินค้ากึ่งสำเร็จรูปนี้ขึ้นมาเพื่อเก็บไว้เพื่อรอคำสั่งซื้อจึงผลิตต่อเป็นสินค้าสำเร็จรูปให้เสร็จ แต่เนื่องจากโปรแกรมบัญชีจะไม่ได้เก็บรายละเอียดในส่วนของขั้นตอนการผลิตจึงนำเสนอภาพของปริมาณสินค้าตรงนี้ได้ไม่ชัดเจน ดังนั้นเมื่อวางระบบบัญชีไปก่อนแล้วนั้น และกลับมาวางระบบบริหารการผลิตใหม่มักจะต้องปรับกระบวนการของการใช้งานโปรแกรมบัญชีเพื่อให้เข้ากับระบบบริหารการผลิต การเลือกผู้ให้บริการ ซอฟต์แวร์ระบบ ERP ที่เราเลือกซื้อมานั้นราคาไม่ใช่น้อยๆหากการวางระบบไม่เป็นผลสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้อาจเป็นการสูญเสียทั้งเงิน และเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ดังนั้น ความสามารถของผู้ให้บริการวางระบบจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะนำพาโครงการให้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งการพิจารณาง่ายๆเบื้องต้นมีดังนี้ 1. ความสามารถในการวิเคราะห์ระบบงานตั้งแต่ตอนคัดเลือกโปรแกรม โดยเราเป็นผู้กำหนด requirement ให้กับผู้ให้บริการเพื่อให้ผู้ให้บริการทำ Demo และแสดงความเข้าใจในระบบการทำงานของเราว่ามีมากน้อยเพียงใด 2. รูปแบบการให้บริการของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการบางรายสามารถรับประกันความสำเร็จให้กับลูกค้าได้ และให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลคุณให้ใช้งานโปรแกรมให้ได้ แต่บางรายบอกดูแลไปเรื่อยๆ นี่ก็เป็นข้อแตกต่าง สุดท้ายนี้ขอให้ผู้ประกอบการทุกท่านสามารถเลือกระบบ ERP ที่เหมาะสมกับองค์กรของท่านเพื่อพัฒนาองค์กรของท่านให้ยั่งยืนและเป็นกำลังให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

โดย... ธนพล ต่อสิทธิเดชกุล

การนำ Software CRM มาใช้'งานจริง (16)
การบริหาร Internal Business Process ในการขาย(2)

โดย... ธนพล ต่อสิทธิเดชกุล