ข้อมูลองค์ความรู้โดย
กัณฑิมา ชุมแก้ว
ตำแหน่ง IT

TK park หนุนการใช้ไอทีเพื่อสังคม

ประเภททางด้าน IT หลัก :   IT Management & Trends
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   Emerging Technologies
  ลงข้อมูลเมื่อ 17:19:59 15/03/2011
  Page View (2483) แบ่งปัน

TK park หนุนการใช้ไอทีเพื่อสังคม

เมื่อเร็วๆ นี้ อุทยานการเรียนรู้ TK park ได้จัดเสวนาในหัวข้อ ?นวัตกรรมการทำดี คนไอทีเพื่อสังคม? ขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของกลุ่มคนทำดีเพื่อสังคม โดยนำไอทีมาใช้ประโยชน์

นายไพบูลย์ แดงประสิทธิ์ บรรณาธิการบริหาร บริษัท พีดับบลิวดี มัลติมีเดีย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน จากสถิติขององค์การอนามัยโลกพบว่ามีคนพิการจากทั่วโลกกว่า10% ขณะที่ในประเทศไทยจากตัวเลขของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการพบว่า มีอยู่ถึง 1,216,664 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2554 ) ส่วนใหญ่เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากอุบัติเหตุที่เพิ่มมากขึ้น คาดว่า ในปีนี้จะมีแนวโน้มคนพิการจากอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นถึง 20,000 คน

หากแบ่งคนพิการตามประเภท จะพบว่า ส่วนใหญ่เป็นคนพิการทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหว ที่มีอยู่กว่า 20% , คนพิการทางการได้ยิน 14% ,คนตาบอด 10% และมีเพียง .13% ที่เป็นคนพิการด้านการเรียนรู้ หากแบ่งตามภูมิภาค พบว่า ภาคอีสานจะมีคนพิการมากที่สุดถึง 36% รองลงมาคือ ภาคเหนือ 22% , ภาคกลางและภาคตะวันออก รวมกันประมาณ 21% และภาคใต้ 11 % ส่วนกรุงเทพมหานคร มีคนพิการประมาณ 4%

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีโอกาสสัมผัสและร่วมงานกับคนพิการจากงาน OTOP City ทำให้เห็นถึงอุปสรรคสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนพิการ คือ การที่ต้องเดินทางออกนอกบ้าน มีความลำบากและต้องใช้เวลาเตรียมตัวนานหลายชั่วโมงมากกว่าคนปกติ ทั้งเรื่องการเดินทาง การติดต่อสื่อสาร บางครั้งอาจต้องเสี่ยงกับอันตรายบนท้องถนน และมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้น การเดินทางออกนอกบ้านของคนพิการในแต่ละครั้งจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งคนพิการทางร่างกายหรือพิการทางการเคลื่อนไหวจะยากลำบากมากขึ้น

? บริษัทจึงมีแนวคิดนำเทคโนโลยีหรือไอทีมาใช้ ทำให้คนพิการสามารถเพิ่มพูนทักษะและนำไปประกอบอาชีพได้เองในบ้าน โดยการจัดฝึกอบรม สอนวิธีการใช้ไอทีให้คนพิการ สามารถใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายขยับเม้าท์หรือทำงานบนคอมพิวเตอร์ได้ และการเขียนเว็บบล็อก รวมทั้งการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาให้คนพิการสามารถทำงานได้เองที่บ้าน ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดอัตราความเสี่ยงที่ต้องเดินทางออกนอกบ้าน เรียกว่า เป็นการใช้ไอที สำหรับการดำรงชีพให้กับคนพิการ และมีรายได้โดยไม่ต้องเดินทางออกนอกบ้าน?

ด้านนายปรีดา ลิ้มนนทกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีดับบลิวดี มัลติมีเดีย จำกัด กล่าวว่า ตนเองก็เป็นคนพิการทางร่างกายคนหนึ่งซึ่งยอมรับว่าการออกจากบ้านในแต่ละครั้งมีอุปสรรคค่อนข้างมาก จึงมาคิดว่า ยังมีคนพิการอื่น ๆ อีกจำนวนมากที่ออกจากบ้านลำบากและมีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้มาคิดได้ว่า หากเราสามารถนำเทคโนโลยีหรือไอทีมาใช้ประกอบอาชีพ ทำให้คนพิการไม่ต้องออกนอกบ้าน สามารถประกอบอาชีพได้เองในบ้านแม้แต่คนพิการระดับที่รุนแรง หรือ ทุพพลภาพขยับได้ตั้งแต่คอขึ้นไปก็สามารถประกอบอาชีพได้ด้วยไอที ที่เรียกว่า Telesales เพื่อคนพิการ จึงเป็นที่มาของโครงการฝึกอบรมการใช้ไอทีให้กับคนพิการ

อย่างไรก็ดี นายปรีดา ยอมรับว่า การเข้ามาทำงานด้านจิตอาสากับคนพิการนั้น ในช่วงแรก ๆ ไม่ได้คิดถึงเรื่องของคนพิการ เพราะตัวเองก็พิการอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องการขอความช่วยเหลือจากใคร จนกระทั่งได้รับการชักชวนจากผู้ใหญ่คนรู้จัก ให้เข้ามาช่วยเหลือวงการคนพิการ โดยการนำความรู้ความสามารถทางด้านไอทีมาใช้ จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังทำอยู่ เพราะเห็นผลชัดเจนจากเดิมที่ต้องอาศัยพี่ชาย อยู่แฟลตตำรวจ พอทำงานได้ เพียง 3 เดือนก็มีรายได้กว่าแสนบาท

?นั่น...จึงเป็นจุดเริ่มต้นการนำไอทีมาใช้ในการทำงานสำหรับคนพิการ เพื่อสร้างรายได้โดยไม่ต้องออกนอกบ้าน นอกจากนี้ ยังทำให้สนุก มีความสุขกับสิ่งที่ทำ และเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ที่สำคัญ ยังแสดงให้เห็นว่า คนพิการก็สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้

เช่น กรณีช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ผ่านมา เราได้มีการจัดตั้งทีมอาสาสมัครคนพิการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยขึ้นมา ด้วยการใช้ไอทีค้นหาและรวบรวมพื้นที่ที่ประสบภัยที่ยังไม่ได้ความช่วยเหลือ โดยการนำSMSขอความช่วยเหลือจากผู้ประสบภัยที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนจากทุกค่ายมือถือมาวางตำแหน่งลงบน Google Maps ด้วยวิธีการที่เรียกว่า เบิร์ดอาย วิว ซึ่งทำให้รู้ตำแหน่งที่ยังต้องการความช่วยเหลือที่ชัดเจนและมองเห็นภาพในมุมที่กว้างมากขึ้น ช่วยให้องค์กรหรือหน่วยงานสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง ถือเป็นครั้งแรกของไทยที่คนพิการได้มีการนำไอทีเข้ามาช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยอย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังมีสิ่งที่ยังต้องการได้รับการปรับปรุงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนด้านไอที ให้มีการเสริมความรู้ในการนำไปประยุกต์ใช้สำหรับคนพิการเพิ่มเติม เพื่อคนพิการสามารถนำไปใช้งานได้จริง ?

ขณะที่ นางสาวสุจิตรา สาระอินทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย (อพท.) กล่าวว่า มูลนิธิเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 การดำเนินงานจะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัยให้กับเด็ก ๆ ครู และบุคคลทั่วไป รวมทั้งคนพิการ โดยล่าสุดได้เปิด ?ศูนย์สาธิตอุปกรณ์และโทรคมนาคมสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ? ขึ้น เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพราะได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ เพื่อให้เข้าถึงการใช้ไอทีได้เช่นเดียวกับคนทั่วไป โดยการสาธิตอุปกรณ์และการให้บริการด้านโทรคมนาคม รวมถึงการให้ความรู้เรื่องสิทธิของคนพิการด้วย

นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังได้ร่วมกับเนคเทค (สวทช.) พัฒนาโปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ ที่เรียกว่า ?โอภาปราศรัย? เพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วยแก้ไขอุปสรรคด้านการสื่อสารระหว่างคนพิการกับคนปกติ เช่น กรณีคนพิการที่ไม่สามารถพูดได้ โปรแกรมนี้จะสะกดออกมาเป็นเสียงพูดแทนความต้องการได้ หรือ กรณีคนตาบอด ก็จะมีคีย์บอร์ดที่เป็นอักษรเบลล์ หรือแม้แต่คนพิการทางสายตาที่เลือนลาง ก็จะทำตัวอักษรที่เรียกว่า ซูมแท็ก

นางสาวสุจิตรา กล่าวอีกว่า ? สำหรับคนพิการที่พูดไม่ได้ และหูไม่ได้ยินนั้น ยิ่งลำบากมากในการดำรงชีวิต ดังนั้น การนำไอทีมาใช้จะช่วยเหลือคนพิการเหล่านั้นได้มาก ถือว่าการนำไอทีมาใช้เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังเป็นการช่วยให้คนพิการและคนปกติได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นด้วย?

นอกจากนี้ ผู้ช่วยผู้จัดการ อพท. ยังได้เชิญชวนผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ต นำไอทีมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากกว่าการแชท หรือ บีบี เช่น การตั้งกลุ่มจิตอาสาขึ้นตามโรงเรียนต่าง ๆ โดยใช้เครือข่ายที่มีอยู่ใน social network เป็นเครื่องมือในการกระจายข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องมีต้นทุน โดยการชักชวนเพื่อน ๆ มารวมกลุ่มกันทำความดีโดยใช้

ไอทีให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือให้คนตาบอด หรือคนเจ็บป่วยในโรงพยาบาล

ขณะที่นายปรีดา กล่าวเสริมว่า การมีจิตอาสา ที่จริงแล้วอยู่ใกล้ตัวมาก เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำกันมา และถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ๆ คือ ความมีน้ำใจและการเอื้อเฟื้อต่อกันอยู่แล้ว พร้อมทั้งได้ให้ข้อคิดว่า ทุกคนมีโอกาสที่จะกลายเป็นคนพิการได้ตลอดเวลา จึงไม่ควรประมาทในการใช้ชีวิต

ขอขอบคุณhttp://www.rsunews.net



องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
การบำรุงรักษาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในองค์การ

ความสำคัญของการบำรุงรักษาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในองค์การ ว่าแม้การบริหารงานเพื่อให้ความสนใจกับทรัพยากรมนุษย์ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่สามารถทำให้องค์การอยู่รอด อยู่ได้นานก็คือ “มนุษย์ในองค์การ”


โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

Visual Basic Tutorial -- การฝึกอบรม VB Online -- เรียนรู้ Visual Basic

Visual Basic (VB) เป็นโปรแกรมภาษาที่เหมาะสำหรับการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ที่ทันสมัยระดับมืออาชีพสำหรับ Microsoft Windows มันทำให้การใช้อินเตอร์เฟซผู้ใช้แบบกราฟิกสำหรับการสร้างและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพแข็งแกร่ง Graphical User Interface


โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

ความต้องการและความจำเป็นในการฝึกอบรม

ภารกิจ ที่สำคัญยิ่งประการหนึ่ง ของนักบริหารทรัพยากรบุคคล ก็คือการพัฒนาพนักงาน ไม่ว่าจะ เป็นพนักงานใหม่ พนักงานเก่า ก็ต้องมีการพัฒนากัน อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนา พนักงานก็ คือ การฝึกอบรมนั่นเอง


โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

ประวัติความเป็นมาของ Keyboard
หากพูดถึงแป้นพิมพ์ หรือ คีย์บอร์ด ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะมันเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ติดมากับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่า ทุกคนคงคุ้นชินกับเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ดี จนอาจมองข้ามไปด้วยซ้ำ วันนี้ ITeXcite.com จึงขอมาเล่าสู่กันฟัง เกี่ยวกับความหมาย ประวัติความเป็นมา และรุ่นต่างๆ ของแป้นพิมพ์อักขระนี้กันครับ

โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

กลวิธีจัดการพนักงาน 4 ประเภทในองค์กร
กลวิธีจัดการพนักงาน 4 ประเภทในองค์กร บริษัทที่มีการปฏิบัติงานมานานๆ ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานมาสักระยะหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น การใช้เครื่องมือ competency และ BSC มาพอสมควร ซึ่งเครื่องมือต่างๆเหล่านี้ สามารถนำมาแปลผล เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารคนได้ว่า คนในองค์การของเรา มีศักยภาพและสามารถเติบโตได้ในอนาคตหรือไม่ และยังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานที่มีความรู้และความสามารถได้มีโอกาสได้เติบโตเร็วกว่าพนักงานที่มีศักยภาพต่ำกว่า นอกจากนั้นแล้วยังมีส่วนกระตุ้นให้กับพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานระดับปานกลางให้เกิดความพยายามที่จะพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถ ทัดเทียมเหมือนกับพนักงานที่มีศักยภาพสูงอีกด้วย ซึ่งผู้เขียนอยากจะนำเสนอการใช้เครื่องมือดังกล่าว มาทำให้เกิดผลดีต่อองค์การอย่างไร และสามารถแยกพนักงานที่มีศักยภาพสูง และพนักงานที่มีศักยภาพต่ำ เพื่อจะได้วิเคราะห์คนในองค์การได้ถูกต้องว่า คนที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน สามารถที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจได้หรือไม่

โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

ทำไมต้อง Social CRM

สำหรับนักการตลาดสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ อย่าง Social Media คงจะต้องได้ยินคำว่า Social CRM เป็นแน่ และก็เชื่อว่าครั้งแรกที่ได้ยินคำนี้ คุณจะต้องนึกว่ามันต่างอย่างไรกับ CRM หรือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ที่เคยรู้จัก หรือมันเป็นการเล่นคำของสื่อ Social Media หรือ CRM เป็นแน่


โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

เร่งสปีดให้ Windows 7 boot เร็วยิ่งขึ้น
แม้ว่า Windows 7 ที่เราใช้กันจะสามารถบูตเครื่องได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว แต่ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า หากเราใช้โพรเซสเซอร์ที่มีหลายคอร์ (multi-core) เรายังสามารถเพิ่มความเร็วให้กับการบูตได้อีก ทั้งนี้ เนื่องจากค่าต้นนั้น Windows 7 จะใช้คอร์เพียง 1 คอร์ในการบูต แต่เราสามารถปรับจำนวนคอร์ที่ใช้

โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

เทคโนโลยีสารสนเทศ คืออะไร
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology, IT) หมายถึงเทคโนโลยีในการประมวลผลสารสนเทศ (คำว่า สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้ว) ซึ่งก็คือเทคนิควิธีการต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการจัดการข้อมูล (ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล) เช่น การจัดเก็บข้อมูล การสื่อสารข้อมูล การสืบค้นข้อมูล การแสดงผลข้อมูล เป็นต้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การจัดการข้อมูล เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว และง่ายดายยิ่งขึ้น ส่งผลต่อการพัฒนาและความก้าวหน้าต่างๆ ในชีวิตประจำวันของเรา

โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

เทคนิคการวาง ตัวเมื่อเริ่มเข้าทำงานใหม่
ความสำเร็จในการทำงานนั้น นอกจากความสามารถในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนแล้ว การอยู่ร่วมกับผู้อื่นก็เป็นอีก ประเด็นหนึ่งที่ไม่อาจละเลย แม้เราจะทำงานเก่งเพียงใด แต่ถ้าเราเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ เกิดความขัดแย้งกันตลอด งานที่ทำร่วมกันก็ไม่อาจบรรลุเป้าหมายด้วยดี เราจึงมีเทคนิคดี ๆ ในการวางตัวเพื่อลดความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานมาฝากกันค่ะ

โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว

การเตรียมความพร้อมในการสมัครงาน
การสมัครงานเหมือนกับการไปเสนอขายสินค้าซึ่งจำเป็นจะต้องเตรียมตัวให้ดี และการเตรียมตัวก่อนสมัครงานเป็นสิ่งจำเป็น จะต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนจบ การศึกษา ซึ่งในแต่ละปี แต่ละสถาบันจะมีผู้จบการศึกษาทั่วประเทศ รวมกันแล้วประมาณแสน ๆ คน และรวมกับผู้ที่ตกค้างจากปีก่อน ๆ ที่ยังไม่ได้งานทำมี อีกมาก และความเชื่อที่ว่าเรียนเก่งหรือเรียนดีแล้วจะหางานง่ายนั้นอาจจะไม่เป็นจริงเสมอไป

โดย... กัณฑิมา ชุมแก้ว