ข้อมูลองค์ความรู้โดย
นางสาวพัชรียา โรจน์ทวีรุ่ง
ตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด

Global Slumpometer

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Human Resources
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   Testing & Evaluation
  ลงข้อมูลเมื่อ 14:28:06 10/08/2010
  Page View (2950) แบ่งปัน

ดัชนีวัดความถดถอยของเศรษฐกิจโลก (Global Slumpometer)

พอดีช่วงที่ผ่านมาผมได้นิตยสาร The Economists เล่มล่าสุด ได้พูดถึงมาตรฐานการวัดความถดถอยของเศรษฐกิจโลก (Global Slumpometer) เพราะว่าเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอย (Global Economics Recession) เป็นเรื่องยอดฮิตในตอนนี้ เพราะนักเศรษฐศาสตร์ทุกคนได้บอกว่าภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ เป็นการถอถอยทางเศรษฐกิจที่หนักที่สุดตั้งแต่ทศวรรษ 1930 หรือประมาณ 70 - 80 ปีที่ผ่านมา ซึ่งภาวะถอถอยทางเศรษฐกิจที่ผ่านมามีผลทำให้ประชาชน และภาคธุรกิจขาดความเชื่อมั่นในการใช้จ่าย และการลงทุน อย่างไรก็ตามก็มีข้อถกเถียงกันว่า คำว่าเศรษฐกิจถดถอย จะเอาเครื่องมือหรือตัวเลขอะไรมาวัดถึงจะถูกต้องว่าเป็นภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ

ถ้าใช้เกณฑ์ที่นักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปใช้คือหาก GDP ลดลงสองไตรมาสติดต่อกัน ถือว่าเป็นการถดถอยทางเศรษฐกิจ ประเทศสหรัฐอเมริกา เขตเศรษกิจยุโรป และญี่ปุ่น ก็จะเข้าข่ายนี้ แต่ถ้าถามว่าเราจะเอาอะไรมาวัดว่าเศรษฐกิจโลกถอถอย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้ให้คำจำกัดความว่าคำว่าเศรษฐกิจโลกถอถอยคือ GDP ของโลก หรือทุกประเทศรวมกัน มีการขยายตัวน้อยกว่าร้อยละ 3 (โดยใช้ Purchasing Power Parity หรือ PPP เป็นตัววัด) ซึ่ง IMF ได้ประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกปีหน้า (2009) จะขยายตัวเพียงร้อยละ 2.2 (GDP ปี 2007 ขยายตัวเท่ากับร้อยละ 5 และ ร้อยละ 3.7 ในปี 2008) แต่นักวิเคราะห์บางคนบอกว่าเศรษฐกิจโลกปีหน้าจะขยายตัวเหลือร้อยละ 1.5 เท่านั้น แปลง่ายๆ ว่ายิ่งไปกันใหญ่เลยครับ

เลยมีประเด็นถกเถียงกันว่าจริงๆ แล้วเราต้องใช้เกณฑ์อะไรกันแน่ในการที่จะบอกว่าเศรษฐกิจโลกถดถอย เพราะว่าการที่เศรษฐกิจขยายตัวลดลง 2 ไตรมาสติดต่อกันนั้น อาจจะไม่แม่นยำ เนื่องจากหลายประเทศที่กำลังพัฒนาไม่มีการเก็บข้อมูลเป็นรายไตรมาส จึงทำให้ไม่สามารถวัดเทียบได้ทั้งโลก และอัตราการขยายตัวของ GDP ก็มีเกณฑ์ของคำว่าดีไม่เท่ากัน หากเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วก็ประมาณแถวๆ ร้อยละสาม ถ้าประเทศกำลังพัฒนาก็จะมากกว่าร้อยละ 5 ยิ่งถ้าบอกว่าเศรษฐกิจโลกแย่ที่สุดตั้งแต่ทศวรรษ 1930 GDP ของโลกก็ไม่เคยหดตัวแบบติดลบเลยครับ ซึ่งปีที่มีการขยายตัวแย่ที่สุดคือปี 1982 และปี 1991 ที่มีการขยายตัวของ GDP เพียงร้อยละ 0.9 และ 1.5 ตามลำดับ ดังแสดงในรูปข้างล่าง ซึ่งเป็นข้อมูลของ IMF ครับ




จากประเด็นข้างต้น ซึ่งจริงๆ แล้วการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะต้องมีการปรับเพื่อวัดภาวะการเจริญเติบโต เนื่องจากจำนวนประชากรโลกที่เพิมขึ้นทุกปี ซึ่งภายหลัง IMF ได้ให้ความเห็นว่าเราอาจจะคำนวณรายได้ประชาชาติต่อหัว (GDP Per Head) มาเป็นตัวชี้วัดก็ได้ ว่าหาก GDP per head มีค่าลดลง (ติดลบ) ก็แปลว่าเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยก็ได้ครับ ซึงหากใช้วิธีนี้คำนวณก็จะพบว่าเศรษฐกิจโลกได้มีการถดถอยจริงในปี 1975 ปี 1982 และปี 1991 อันเนื่องมาจากวิกฤติการณ์น้ำมันรอบแรก รอบสอง และวิกฤติเศรษฐกิจเม๊กซิโกและอเมริกาใต้ ตามลำดับ ซึ่งค่า GDP Per Head มีการติดลบ แม้ว่าจะมีการกล่าวขานกันว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2001 เป็น "The Mother of All Recessions" อันเนื่องมากจากสบู่ Dot Com แตกกระจาย แต่ GDP Per Head ของโลกก็ยังขยายตัวประมาณร้อยละ 1 อยู่ดีครับ

แต่อย่างไรก็ตามอัตราการเพิ่มของประชากรโลกในปัจจุบัน ได้ลดลงอยู่ที่ประมาณร้อยละ 1.2 ต่อปี ซึ่งหากเอาตัวเลขการเติบโตของ GDP ข้างต้นมาคำนวณ จะพบว่ายังไงก็ตาม GDP Per Head ก็ยังไม่ติดลบอยู่ดีครับ

แต่คราวนี้มีคนบอกว่าถ้าเราลองเปลี่ยนสูตรการคำนวณดูครับ โดยไม่เอา PPP เป็นตัววัด แต่ให้เอาอัตราแลกเปลี่ยนมาวัดดู จะพบว่า GDP Per Head มีค่าลดลง เนื่องจากค่าเงินสหรัฐได้หดตัว แต่ถ้าเอาค่าเงินสหรัฐไปเปลี่ยนกลับเป็นค่าเงินสกุลอื่น จะพบว่ามีหลายประเทศรวยขึ้น เช่น จีน เป็นต้น

ดังนั้นข้อสรุปของคำว่า Global Recession ที่ IMF สรุปก็คือ ถ้า GDP เติบโตน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เช่นในประเทศพัฒนาแล้วควรจะโตร้อยละ 4 และประเทศกำลังพัฒนาควรจะโตร้อยละ 7 ขึ้นไป (ซึ่งถ้าประเทศกำลังพัฒนา โตร้อยละ 4 แปลว่าแย่มากๆ) ก็แปลว่าเศรษฐกิจโลกถดถอยครับ

ถ้ากลับไปดูกราฟฝั่งขวาอีกครั้งจะพบว่าเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วจะติดลบ แต่ประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Economy) ถึงแม้จะลด แต่ก็ฉุดไม่ให้เศรษฐกิจโลกโดยรวมติดลบ ปีหน้าจะเป็นปีแรกครับที่เศรษฐกิจโลกอยู่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะประเทศกำลังพัฒนา 

ที่มาจาก www.vcharkarn.com/varticle/38258



องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
ตลาดในวิชาเศรษฐศาสตร์คืออะไร
มนุษย์เราไม่สามารถผลิตสินค้และบริการทุกอย่างมาตอบสนองความต้องการของตนได้ จึเกิดการแลกเปลี่ยนสินค้า และเกิดตลาด ที่มีการพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน

โดย... นางสาวพัชรียา โรจน์ทวีรุ่ง

EAI วิเคราะห์ทางเทคนิค
ด้วยสังคมข้อมูลเพื่อต่อความเร็วในการประมวลผลและความก้าวหน้าเทคโนโลยีสารสนเทศหลาย บริษัท เริ่มเห็นการแนะนำโปรแกรมใหม่และระบบในเวลาเดียวกันได้อย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่าโปรแกรมเก่าและการลงทุนของ บริษัท ระบบไม่อาจทั้งหมดถูกยกเลิกหรือ แทนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานและมีประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของ บริษัท หมายถึงสำคัญ แต่เป็นโปรแกรมเก่าและสถาปัตยกรรมระบบที่ใช้กับระบบใหม่และแตกต่างใหญ่มีเพื่อให้โปรแกรมเหล่านี้มักจะถูกรวมเข้ากับระบบใหม่ไม่ง่ายนี้เป็นเป้าหมายที่ความต้องการของโปรแกรมนี้รวมองค์กรภายใต้ต่างๆ เทคโนโลยีมีการวิเคราะห์และข้อเสนอแนะ

โดย... นางสาวพัชรียา โรจน์ทวีรุ่ง

การจัดทำรายงานเกี่ยวกับ CSR
หลักในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ นอกเหนือจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ การติดต่อสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้องสื่อกลางที่ธุรกิจใช้ในการติดต่อกับผู้เกี่ยวข้องทั่วไปคือ รายงานประจำปี และ การจัดทำรายงานการเงินหรือที่เรียกกันง่ายๆว่างบการเงิน ซึ่งโดยปกติ มักจะถือเป็นสื่อกลางในการติดต่อระหว่างธุรกิจและนักลงทุน แต่เมื่อสังคมตื่นตัวและให้ความสำคัญกับแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility)

โดย... นางสาวพัชรียา โรจน์ทวีรุ่ง

เรียนรู้เรื่อง Inflation
หลายคนเมื่อได้ยินคำว่าเงินเฟ้อ อาจจะสงสัยว่าเงินเฟ้อคืออะไร แล้วเมื่อไรถึงจะเรียกว่าเกิดภาวะเงินเฟ้อ คำว่าภาวะเงินเฟ้อ หมายถึง ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปในระบบเศรษฐกิจสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก็จะมีผลทำให้ค่าของเงินที่เราถืออยู่ลดลง

โดย... นางสาวพัชรียา โรจน์ทวีรุ่ง