ข้อมูลองค์ความรู้โดย
Web Master (IT)
ตำแหน่ง อาจารย์

แนวคิดการสร้างสรรค์โลโก้

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Graphics
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   Vector
  ลงข้อมูลเมื่อ 11:50:19 08/07/2010
  Page View (2601) แบ่งปัน

การออกแบบโลโก้ของเว็บไซท์ หรือ บริษัท จะแสดงความหมายของตัวมันเอง นักออกแบบจึงควรให้ความสำคัญกับมัน เพราะโลโก้เป็นอะไรที่
แสดงถึงบริษัท หรือเว็บ ในทันทีที่เราเห็น เช่น เราเห็นโลโกสีแดงของเว็บยาฮู เรานึกออกได้ทันทีเลยว่า เฮ้ย มันยาฮูนี่หว่า หรือ เดินๆไปเจอโลโก้รูป
กระทิงแดงคู่ เรานึกอกเลยว่า นี่มันยี่ห้อเครื่องดื่มชูกำลังชัวร์

* ที่มา : Concept แนวทางการสร้างสรรค์โลโก้นี้มาจาก : Dmitry Design ได้แบ่งเป็น 4 ส่วนของแนวทางของการออกแบบโลโก้ไว้ดังนี้ คือ

1. สัดส่วน (Proportions)
2. ความแตกต่าง (Contrast)
3. การทำซ้ำ (Repetition)
4. ความกลมกลืน (Nuance)

เหตุผลที่ฝรั่งเค้ายก Concept 4 ประการนี้ขึ้นมาพูดถึง ก็เพราะว่า เค้าคิดว่าคนเรามักจะละเลย และ ลืมนึกถึงสิ่งประกอบเหล่านี้ไปทำให้การออกแบบ
โลโก้ไม่เป็นที่น่าประทับใจ และขาดหลักการออกแบบที่ดี จุดประสงค์ก็คือต้องการให้คุณเข้าใจหลัก และสามารถวิเคราะห์เองเป็น การออกแบบเว็บ 
เราสามารถวิเคราะห์งานได้ เช่น เว็บโคตรเจ๋ง สวยหรือ เฉยๆ ธรรมดาว่ะ .... หรือ ไม่ไหวเลยเว้ย..ใครทำวะเนี่ย!! ไม่ได้เรื่อง

สรุปคือคุณต้องพยายามฝึกให้เคยชินในการคิดงาน คิดให้เหนือกว่าคนอื่น หาจุดอ่อน และหาข้อปรับปรุง เพื่อที่จะก้าวไปสู่การเป็นนักออกแบบที่ดี 
และทรงคุณค่า ยิ่งกว่านางสาวไทย

1. สัดส่วน (Porportions)

ตามความหมายของมัน คือการเปรียบเทียบ ขนาด หรือ จำนวน หรือ ปริมาณ ฯลฯ ของวัตถุ ความจริงความหมายค่อนข้างจะกว้างและยากที่เจาะลงไปว่า
ทำไมส่วนนี้ถึงยาวกว่าตรงนี้ เพราะมันขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นๆของภาพด้วย

ว่ากันตามหลัก โลโก้ ปกติคุณจะต้องออกแบบให้มันเห็นชัด ตัวหนังสืออ่านง่าย ซึ่งเป็นสิ่งธรรมชาติอยู่แล้วที่คุณจะออกแบบเช่นนั้นแต่ความจริง 
มันมีหลักที่จะทำให้คุณได้งานที่ดูดีขึ้นมา นั่นคือ เล่นกับสัดส่วนซะ อย่าไปหยอง หรือ เกรงกลังว่าจะไม่ได้เรื่อง คุณต้องรู้จักฉีกแนว เช่น อาจจะทำให้
ข้างหนึ่งใหญ่อีกข้างเล็กลง หรือ เอาส่วนหนึ่งไปไว้ซ้าย แล้วอีกส่วนไว้ขวาล่าง และอีกมากมายความคิดครับ 

 ในภาพแสดงถึง a แบ่งสัดส่วนให้มากกว่า b (Golden Section)


ซึ่งความจริงแล้ว ตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ หรือ สถาปัตยกรรมของยุโรปโบราณ ก็มีการคิดค้นแนวทางการออกแบบที่ฉีกออกไปตั้งนานแล้ว ตามที่คุณเห็น
ในภาพด้านบน คือหลักฐานที่เด่นชัดที่สุด ว่าไม่มีอะไรตายตัวในการออกแบบไม่จำเป็นต้องจัดกลางเสมอไป หรือแบ่งมันให้เท่าๆกัน

แต่อย่างไรก็ดี สมัยนี้คงไม่มีใครที่วัดขนาดเป็นตัวเลขเป๊ะๆดังรูป แล้วค่อยสร้างสี่เหลี่ยมเป็นแน่ เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างสรรค์
งานออกแบบ อย่างไร้ขีดจำกัด คุณจะสร้างวงกลมสี่เหลี่ยม หรือ สี อะไรก็ตามเป็นไปอย่างง่ายดาย แค่คลิกเลือก Tools ที่ต้องการ แล้วลาก ก็เสร็จแล้ว 

ผมมีตัวอย่างที่จะให้คุณเห็นว่า เรื่องสีและขนาด ก็มีส่วนให้มีความรู้สึกต่างกันได้



จากรูป ( a ) จะเห็นว่า รูปทรงสี่เหลี่ยมจะให้ความรู้สึกว่า มันมีขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่ารูปวงกลม 

จากรูป ( b ) จะเห็นว่ารูปฝั่งซ้าย วงกลมสีขาวบนพื้นดำ ให้ความรู้สึก
ว่าดูใหญ่กว่า วงกลมสีำดำบนพื้นขาว

หลักการนี้ทำให้คุณได้ข้อคิดว่า สัดส่วนไม่ได้เป็นสิ่งให้เกิดความรู้สึก
เพียงอย่างเดียว แต่สีก็เข้ามามีส่วนสร้างความรู้สึกด้วยเช่นกัน


คราวนี้มาดูอีกตัวอย่างง่ายๆ ประกอบด้วยรูปสี่เหลี่ยมซ้อนกัน และตัว
อักษร AZ ที่จะนำมาประกอบเป็นโลโก้

ดูที่รูป a ก่อน คุณจะเห็นว่าตัวอักษร AZ อยู่ค่อนข้างห่างจากสี่เหลี่ยม
ช่องว่างมีมากเกินไป และตัวอักษรก็ไม่สมดุลย์กับภาพ คือมันเล็กไป
หน่อย เราจึงควรจะเพิ่มขนาดอักษรให้เกิดความสมดุลย์

รูป b คือหลังจากปรับขนาดอักษรให้ได้สัดส่วนที่พอเหมาะ จะเห็นว่า
เราได้สัดส่วนที่ดีขึ้น ได้ีมุมมองที่ดีกว่า 

รูปทรงของสี่เหลี่ยม ค่อนข้างจะซับซ้อน ให้เราสังเกตที่ขอบของวัตถุ
จะเป็นตัวชี้ ถึงความแตกต่างได้ ลองดูที่รูป d คุณจะเห็นได้ว่า ตัวอักษร
AZ ขอบด้านบนและล่างจะเท่ากันกับ ขอบบนล่างของสี่เหลี่ยมด้วย

ในขณะที่รูป c แสดงให้เห็นว่าตัวอักษร AZ ทั้งขอบบนล่าง มีขนาดวัด
ได้เท่ากันกับ ขอบสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินอ่อนข้างใน โดยแสดงเป็นเส้นสี
แดงให้ดู

จากตัวอย่างนี้ เป็นสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้ หลักสัดส่วน
ที่จะให้คุณได้เข้าใจ ถึงวิธีการสังเกตและทดลองปรับขนาดต่างๆกันดู
ศึกษาถึงความสัมพันธ์กันของรูปทรง แล้วใช้จินตนาการอันกว้างไกล
ของคุณสร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้เกิดขึ้น

คุณอาจจะลากเส้น Grid เพื่อเป็นแนวสำหรับการจัดองค์ประกอบ แล้วทดลองปรับสัดส่วนดู วิธีนี้เป็นวิธีที่นักออกแบบที่มีประสบการณ์นิยมใช้กัน
แล้วคุณก็ควรจะเป็นหนึ่งในนั้น

อีกวิธีคือให้สร้างไฟล์งานขึ้นมา 2 งานเลย แล้วลองออกแบบงานเดียวกัน แต่มีการจัดสัดส่วน กันคนละแบบ เพื่อเปรียบเทียบว่าอย่างไหนดูดีกว่ากัน 
เช่น ไฟล์แรก คุณก็เล่นกับรูปทรงตามจินตนาการของคุณจะพาไป โดยไม่ต้องสนใจเรื่องสัดส่วนที่คุณได้ศึกษามาก่อนหน้านี้ จนกระทั่งคุณค้นพบสิ่ง
ที่คุณคิดว่า...เออว่ะ มันใช่เลยเว้ย!! แล้วไฟล์ที่สอง หลังจากคุณพบสิ่งที่คุณคิดว่า มันใช่เลย ให้นำองค์ประกอบทั้งหมดมาจัดให้มีความสัมพันธ์กัน
มากกว่าเดิม ในเรื่องของสัดส่วน 



ปิดท้ายเรื่องสัดส่วนด้วยอีกตัวอย่าง ก่อนที่คุณจะไปเรียนรู้เรื่องต่อไป
ทั้งรูป a และ b มีความเหมือนกันในเรื่องตัวอักษร คือจะมีขนาดเท่า
กันพอดี แต่จะต่างกันตรงรูปสี่เหลี่ยมโลโก้ที่ซ้อนกันเท่านั้น

รูป a ตัวอักษร ABC จะใช้สี่เหลี่ยมสีน้ำเงินอ่อนด้านใน เป็นตัวกะสัด
ส่วน สังเกตขอบบนล่างของสี่เหลี่ยมด้านใน จะเท่ากันขอบตัวอักษร

รูป b ตัวอักษร ABC มีการเลื่อนเข้ามาในโลโก้ ให้มีความสัมพันธ์กัน
มากขึ้น โดยขนาดเกือบจะเท่ากันกับครึ่งหนึ่งของสี่เหลี่ยมด้านใน

 

 

 

 

 



2. ความแตกต่าง (Contrast)
หลังจากคุณศึกษาเรื่องสัดส่วนมาแล้ว คราวนี้จะต้องรู้จักกับความแตกต่างกันบ้างล่ะ Contrast มีความสำคัญมาก เรียกว่าเกือบทุกเรื่องเลยก็ว่าได้
เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการออกแบบ ก่อนที่คุณจะเริ่มวิเคราะห์ไปกับเรา คุณอาจจะแปลกใจบ้าง ว่าทำไม ไอ้เจ้า Contrast ที่ว่า มันไปพัวพัน
แทบทุกเรื่องเลยเว้ย

ครั้งแรกคุณอาจคิดว่า มันเป็นเรื่องเก่าแล้ว หรือคิดว่า มันเป็นเรื่องของ สิ่งของ 2 อย่าง แต่จริงๆมันมากกว่านั้น มันเกี่ยวข้องกับเรื่อง แสงเงา
จำนวนนับไม่ถ้วน ที่มีการไล่ระดับเฉดกันเป็นชั้นๆ


รูป Contrast 1

ขอเริ่มด้วยการให้คุณสังเกตความแตกต่างของรูปซ้ายมือ สี่เหลี่ยมทั้ง 2
มีขนาดเท่ากัน แต่ต่างกันเรื่องของสี และเป็นความแตกต่างชนิดที่เรียก
ว่า "บริสุทธิ์" เป็นตัวอย่างที่ชัดมาก ที่จะให้คุณรู้สึกถึงความแตกต่าง

แต่อย่างไรก็ดี ตัวอย่างนี้อาจจะดูตรงไปตรงมา สักหน่อย และอาจคิดว่า
มันไม่น่าจะใช้ประโยชน์อะไรได้มากนัก

คราวนี้เราลองมาดูวิธีทำให้ Contrast ดูเบาลง ไม่ต้องตรงไปตรงมาอย่างตัวอย่างแรก


รูป Contrast 2


รูป Contrast 3

ให้คุณละทิ้งเรื่องลักษณะของรูปทรงออกไปก่อน ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมไปสู่
คู่ของความแตกต่างอีกที อันนี้สำคัญครับ มันอาจจะทำให้เกิดการสูญเสีย
Contrast ไปเลยก็ได้ นักออกแบบจะได้ตัวอย่างที่ดีมากในเรื่องนี้ ที่จะศึก
ษาความสัมพันธ์ของ Contrast 

ก่อนอื่นให้ดูรูป Contrast 1 คุณรู้สึกว่ามันต่างกันเกินไป ทีนี้เราจะทำให้
มันดูบางลง ดั่งรูป Contrast 2 สี่เหลี่ยมยังคงมีความแตกต่างกันเรื่องของสี
แต่ถูกลดค่าความต่างลง ด้วยการปรับลดขนาดรูปทรง จะเห็นว่ามันดูดีขึ้น
แต่...การจัดองค์ประกอบยังดูขัดๆ และหลอกตายังไงชอบกล

เพราะฉะนั้น เราควรจะเพิ่มเติม Contrast ของรูปทรงเข้าไปอีกนิด ดูรูป
Contrast 2 คุณสังเกตุมั้ยครับว่า การวางฐานของสี่เหลี่ยมทั้ง 2 มันเท่ากัน
วางอยู่บนเส้นเดียวกัน คราวนี้มาดู รูป Contrast 3 มีการวางองค์ประกอบ
ของรูปทรงใหม่ ให้สี่เหลี่ยมสีดำอันเล็ก มาอยู่ด้านในสี่เหลี่ยมสีขาว เป็นวิธี
เพิ่ม Contrast ให้ภาพ



ดูตัวอย่าง รูป Contrast 4 ที่มีการเปลี่ยนรูปทรงสี่เหลี่ยมสีดำให้กลาย
เป็นวงกลม คุณจะเห็นว่าค่า Contrast ดูสมบูรณ์ขึ้น มีการจัดวางระยะ
ช่องว่างให้น่าสนใจ และใส่ตัวอักษร กลายเป็นโลโก้ที่เก๋ไก๋ไม่เบา แต่ไม่
ควรที่จะเพิมเติมอะไรที่มัน ดูขัดสายตามากไป เพราะจะเป็นการรบกวน
สายตาคนชมอย่างยิ่ง 


สำหรับตัวอย่าง Contrast อื่นๆที่น่าสนใจ ลองดู รูป Contrast 5 เป็นตัว
อย่างที่น่าสนใจสำหรับยุคนี้ มีการใช้ Contrast ทั้ง Background และ 
Foreground (ด้านหน้า) ให้คุณแบ่งมันเป็น 2 เลเยอร์ ทั้ง 2 เลเยอร์นี้
จะมีตัวหนังสือคำว่า RWC โดยเลเยอร์ด้านหลัง ตัวหนังสือจะใหญ่กว่า
มีการ Fade ระดับสีให้ดูจางลง และเบลอ ขณะที่เลเยอร์ด้านหน้า ตัวหนัง
สือจะเล็กกว่า แต่คมเข้ม ดูกระฉับกระเฉง และข้อสังเกตุอีกเล็กน้อยคือ
ตัวหนังสือของเลเยอร์ด้านหลังจะเป็น ตัวอักษรตัวเล็ก ขณะที่เลเยอร์หน้า
จะใช้ตัวอักษรตัวใหญ่ และจากการจัดองค์ประกอบภาพทั้งหมด ทำให้โลโก้
นี้ดูมีชีวิตชีวา มีการเคลื่อนไหว 

วิธีการแสดงว่าภาพมี Contrast หรือไม่ เราขอยกตัวอย่างเช่น...
- ความต่างด้านรูปทรง
- ใหญ่ (Big) vs เล็ก (Small)
- แนวตั้ง (Vertical) vs แนวนอน (Horizontal)
- รูปสี่เหลี่ยม (Rectangular) vs รูปทรงกลม (Circular)
- ความต่างในเรื่องของสี
- ค่าความสด และ ความอิ่มตัวของสี
- และอื่นๆอีกมากมาย


รูป Contrast 4


รูป Contrast 5


ขอแถมอีกเรื่อง ความจริงเรื่อง Fonts มีส่วนชี้ให้เห็นถึง Contrast ได้ เช่นตัวอักษรชนิด Serif กับ Sans Serif ทั้ง 2 ชนิดนี้ มีความต่างกันในเรื่องรูป
ร่างหน้าตา ตัวอักษรชนิด Serif จะมีลักษณะแบบมีหัว มีตีน ให้คุณนึกอักษรแบบโบราณ ส่วน Sans Serif จะมีความทันสมัยกว่า ไม่มีหัว และเป็นที่นิยม
สำหรับนักออกแบบทั่วไป


รูป Contrast 6

แต่อย่างไรก็ตาม Fonts ทั้ง 2 ชนิด สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ เช่นใน
หน้าแรกของหนังสือ หรือในที่ที่มีพื้นที่วางองค์ประกอบใหญ่ๆ ซึ่งจะมีความ
แตกต่างในเรื่องของหัวเรื่อง (Header) และ เนื้อความ (Body) เป็นต้น

แต่สำหรับงานออกแบบโลโก้แล้ว เราแนะนำว่าอย่าใช้ Fonts 2 ชนิดนี้
ร่วมกัน ควรเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งจะดีกว่า ซึ่งคุณอาจจะแค่ปรับขนาดตัว
อักษร เล่นกับขนาด โดยใช้ Fonts เดียวกัน หรือ ปรับหนา เอียง แทนก็
ได้ ดั่งตัวอย่างรูป Contrast 6

แม้ว่าเรื่อง Contrast จะเป็นเรื่องโต้เถียงกันในหมู่นักออกแบบ ว่าอย่าง
ไหนถึงจะเรียกว่าเป็น Contrast แต่ตอนนี้คุณก็สามารถรู้แล้วว่า เราควร
จะออกแบบอย่างไร คุณอาจจะหา Contrast ในเรื่องของพื้นผิววัตถุก็ได้
เช่น ความเรียบ หรือมันเงา กับ ผิวขรุขระ ยิ่งกว่าสิวบนใบหน้า!!!


 
 

 

3. การทำซ้ำ (Repetition)

การทำซ้ำ เป็นอีกวิธีที่จะสร้างความน่าสนใจในงานออกแบบได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นงาน Animation แล้วล่ะก็ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่ตอนนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องการอนิเมชั่น เรากำลังเรียนรู้การทำโลโก้ต่างหาก

การทำซ้ำเป็นการติดต่อสื่อสารที่กว้างกว่า การที่ยึดติดอยู่กับรูปทรงเดิมเพียงอันเดียว อย่างที่เราเรียนรู้เรื่อง Contrast จะเห็นว่าแค่วัตถุ 2 สิ่งที่มี
ความแตกต่างกัน ก็คือ Contrast แต่ไม่ใช่การ Repetition เช่นเดียวกันกับ การทำซ้ำก็คือการเรียงซ้ำของวัตถุ แบบ Pattern หรือ เป็นชุดๆ หรือเรียก
ว่าเป็นแนวทางการพัฒนา, เส้นของการเคลื่อนไหวหรือ อาจเรียกว่า การเปลี่ยนแปลงของฉากก็ได้

อย่างแรกต้องจำไว้ว่า การทำซ้ำ ก็คือการยึดเอาเส้น (รวมทั้งเส้นโค้ง หรือ เส้นตรง) มาทำ ซึ่งก็คือการซ้ำของวัตถุโดยเส้นอาจจะมีการสลับตำแหน่งกัน 
หรือ ปะทะกัน แต่ก็มีความสัมพันธ์ต่อกัน โลโก้ของคุณก็ไม่สามารถเกิดเป็นรูปร่าง ขึ้นได้ ถ้าไม่มีเส้นเหล่านี้ 

รูป Repetition 1


รูป Repetition 2


ดูตัวอย่าง รูป Repetition 1 เพราะผมรู้ว่าคุณเริ่มสับสนทางเพศแล้ว
ให้คุณสังเกตุรูปทรง 6 แฉกสีเขียว มีการเรียงตัวกัน ไม่เป็นเส้นตรง แต่
มีการทำซ้ำของวัตถุ จากตัวอย่างจะแสดงถึงการวางเรียงวัตถุ บนเส้นโค้ง
(เส้นโค้งที่ว่าจะไม่ปรากฏให้เห็นนะครับ ใช้เป็นไกด์สำหรับงานออกแบบ)








การทำซ้ำของวัตถุ สามารถทำได้โดยอาจจะเปลี่ยนสี หรือขนาดรูปทรง ซึ่ง
การปรับขนาดไม่จำเป็นต้องยึดมั่น ว่าต้องเป๊ะๆ คุณอาจจะฉีกแนว เล็กบ้าง
ใหญ่บ้าง หรือ ฉีกออกข้าง แทนที่จะเรียงกันตรงๆ ดูรูป Repetition 2

ทีนี้คุณอาจจะมีคำถามว่า แล้วการทำซ้ำวัตถุนี่ จำนวนเท่าไหร่มันถึงจะพอ คำตอบก็คือ โดยตามนิยมแล้ว จะซ้ำกันประมาณ3 ถ้า 2 จะน้อยไปและไม่เป็น
ที่นิยม โดยปกติโลโก้ส่วนใหญ่ต้องเป็นอะไรที่ไม่ยุ่งเหยิง เรียบง่าย จึงทำให้มีการซ้ำไม่เกิน 3 ถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ยกเว้นบางกรณีที่อาจจำเป็น
ต้องใช้แค่ 2 เพราะบางโลโก้ อาจจะมีการสะท้อนของเงาจากแกนหลักทำให้เกิดการซ้ำเพียงแค่ 2 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม เรื่องการทำซ้ำของรูปทรงต่างๆ ต้องคำนึงถึงเรื่องสัดส่วน และ ความแตกต่าง รวมทั้งตัวอักษรดังที่คุณได้ศึกษามาก่อนหน้านี้ แต่คุณก็ไม่
จำเป็นที่จะต้องยึดหลักเกณฑ์อะไรมากเกินในการออกแบบโลโก้ เพราะบางทีอาจจะสร้างความน่าเบื่อแทนความสนุก เพียงแต่ตัวอย่างที่คุณได้
เรียนรู้จากข้างต้น มันจะเป็นแนวทางให้คุณในการออกแบบโลโก้ เท่านั้นเอง

4. ความกลมกลืน (Nuance)

หลังจากคุณได้เรียนรู้องค์ประกอบต่างๆในการออกแบบมา ทั้ง สัดส่วน (Proportions) ความแตกต่าง (Contrast) การทำซ้ำ (Repetition)
คราวนี้มารู้จักเครื่องมืออีกตัว ที่จะเป็นตัวบ่งบอกงานได้เลยว่า คนนั้นเป็นนักออกแบบที่มีปะสบการณ์ หรือเป็นแค่มือสมัครเล่น นั่นก็คือ ความกลมกลืน
หรือ ความปราณีต นั่นเอง

ความจริงแนวความคิดนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องเก่า ที่ถูกหยิบยกมาใช้เป็นแนวทางแก่คนรุ่นใหม่ ที่อาจจะขาดเจ้าสิ่งนี้ไป ความปราณีตหรือความ
กลมกลืน เป็นอะไรที่สำคัญมากที่จะแสดงให้เห็นในงานออกแบบ หรือไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็แล้วแต่ จะขาดสิ่งนี้ไปไม่ได้เลย

การออกแบบที่มีความกลมกลืน จะแสดงถึงความปราณีต ความเป็นมนุษยชาติ ความเป็นผู้ดี แต่บางครั้งบางครา การออกแบบ หรือ ความคิดริเริ่ม 
อาจจะออกมาจากจิตใต้สำนึก หรือมาจากความบังเอิญ ที่คุณคิดมันออกมา โดยไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไร เช่น "เฮ้ย..เส้นสองเส้นนี้ มันขนานกันว่ะ 
ดูเด่ะเป็นสีเดียวกันซะด้วย แล้วมาตัดกันที่วงกลม โอ้ว..ตัวหนังสือที่ใช้ก็วางไว้ใต้ภาพอย่างโคตรเท่ห์" แต่ความคิดแบบนี้ ไม่ได้มีในทุกคน ส่วนใหญ่
ต้องมาจากการสนใจและเรียนรู้ หรือบางทีอาจจะมาจากการปลูกฝังกันมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ.. หรือมาจากการจงใจ หรือ บังเอิญอะไรก็แล้วแต่

การออกแบบโลโก้ เป็นงานที่ต้องใช้เวลาและแรงบันดาลใจอย่างแรง เพื่อขับดันชิ้นงานออกมา ความจริงคุณอาจจะออกแบบโลโก้ออกมา แบบ 2 นาที
ก็เสร็จแล้ว เอาสี่เหลี่ยมวาง เพิ่มรูปทรงอะไรเข้าไปอีกนิด ใส่ตัวหนังสือ เป็นอันเส็จพิธี ถ้าลูกค้าคุณรู้ ใครจะไปจ้างคุณออกแบบวะ... คุณไม่สามารถ
อธิบายความหมายของมันได้ด้วยซ้ำ แบบให้คนกระจ่างและเข้าใจว่า แนวคิดมันคืออะไร เราจึงแนะนำคุณว่า ทุกครั้งที่คุณออกแบบเสร็จ ให้คุณ
ตรวจสอบมันก่อน ในทุกๆรายละเอียดว่าตรงนี้ทำไมถึงต้องเป็นอย่างนี้ หรือ เราปรับขนาดเพิ่มขึ้นมาเพื่ออะไร ทำไมต้องใช้สีนี้คุณต้องตอบคำถาม
เหล่านี้ให้ได้ถ้าคุณคิดจะเป็นนักออกแบบที่ดี 

ถ้าคุณคิดว่ามันยากเกิน หรือ ไม่รู้จะหาอะไรมาให้เหตุผลว่าทำไมถึงต้องเป็นเช่นนี้ ให้ลองฝึกเป็นนิสัย แบบค่อยเป็นค่อยไปอาจจะเริ่มทีละอย่าง
ไม่จำเป็นต้องอธิบายทีเดียวทั้งหมด หรืออาจจะลองอธิบายให้ชัดในเรื่ององค์ประกอบของภาพก่อนก็ได้ 

อีกสิ่งหนึ่งคือเรื่องตัวอักษร ที่มีส่วนทำให้เกิดความกลมกลืน ยกตัวอย่างเช่นช่องว่างระหว่างตัวอักษร คุณจะจัดให้มันเข้ากับองค์ประกอบอย่างไร ให้มันดูดี 
หรือ ตัวหนา ตัวเอียง ก็สามารถบ่งบอกถึงงานออกแบบได้อีกเช่นกัน

รูป Nuance 1

รูป Nuance 2

ตัวอย่างรูป Nuance 1 มีการเล่นตัวหนังสือ 2 คำ โดย Unnamed อยู่บน
ซ้าย และคำว่า Company อยู่ล่างขวา โดยมีเส้นแนวนอน และ แนวตั้งตัด
กันตรงกลาง ตัวหนังสือทั้ง 2 คำใช้ตัวเอียง (Italic) ทำมุมเดียวกันกับรูป
สี่เหลี่ยมสีเข้มด้านหลังสุด และให้สังเกตุเส้นที่ตัดกันนั้น ถ้ามองเผินๆจะไ่ม่
รู้สึกอะไร แต่ความจริงเส้นแนวตั้งจะสั้นกว่าเส้นแนวนอนเล็กน้อย คนที่
ออกแบบจงใจให้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากเส้นนอนมีตัวหนังสือวางอยู่บนเส้น
ทั้งซ้ายและขวา ทำให้เกิดความสมดุลย์กันอยู่แล้ว เส้นแนวตั้งจึงทำให้มัน
สั้นลงเล็กน้อย เพื่อให้เกิดความกลมกลืนนั่นเอง






ส่วนรูป Nuance 2 มีความกลมกลืน ให้สังเกตุเส้นประสีแดง จะแสดงให้
คุณเห็นว่ามันมีความสัมพันธ์กัน ดาว 6 แฉก จะเรียงกันขนานบริเวณมุม
ของเหลี่ยมอย่างลงตัว 

และสุดท้ายแล้ว เราอยากให้คุณนำแนวคิดทั้งหมดที่คุณได้ศึกษามา มาประยุกษ์ใช้กับงานออกแบบของคุณ ทำมันให้น่าสนใจ ขอให้สนุกกับเครื่องมือใน
การทำงานของคุณ เล่นกับรูปทรง สี ตัวอักษร และอื่นๆตามหัวใจคุณพาไป

บทความนี้ผมนั่งทำนานที่สุดตั้งแต่ทำมา เลยอยากบอกว่าเสร็จซักทีเว้ยยย.ยย



 

 

ที่มา : www.hardcoregraphic.com

 


องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

โดย... Web Master (IT)

เรียนรู้เรื่อง เมนบอร์ด (Mainboard, mother board)
แผงวงจรหลัก เป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่อยู่ภายในเครื่อง เมื่อเปิดฝาเครื่องออกมาจะเป็นแผงวงจรขนาดใหญ่วางนอนอยู่ นั่นคือส่วนที่เรียกว่า "เมนบอร์ด"

โดย... Web Master (IT)

AutoCAD คืออะไร
AutoCAD (Computer Aided Drefting/Dedign, CAD) เป็นซอฟต์แวร์ช่วยออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ ที่สามารถรองรับการทำงานทั้งใน 2 มิติ และ 3 มิติ

โดย... Web Master (IT)

ทำความรู้จักกับ IIG (International Internet Gateway ) & NIX(National Internet Exchange )
การใช้งานอินเตอร์เน็ตของเราทุกคน จำเป็นต้องผ่านระบบการให้ บริการของ IIG และ NIX เพราะว่า เป็นเหมือนเส้นทางหลักของศูนย์กลางโครงข่าย ของประเทศไทย ทั้งภายในและ ภายนอกประเทศ ที่จากเดิมเราจะทราบกันอยู่แล้วว่า บริการทั้งสองประเภทนี้จะมีผู้ให้บริการ แบบผูกขาดอยู่เพียงรายเดียวเท่านั้น คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพียงเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบันนี้ได้มีหน่วยงานที่เข้ามา กำกับดูแลในเรื่องของโทรคมนาคมของเมืองไทยอย่างเป็น รูปธรรมมากยิ่งขึ้น จึงก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี และปัจจุบัน ทาง กทช. ผู้เป็นหน่วยงานหลัก ของ การกำกับดูแลได้เปิดอนุญาตให้กลุ่มบริษัทเอกชนทั่วไป สามารถขอรับใบอนุญาต การให้ บริการทั้งสองประเภทได้ เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม และก่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ผู้บริโภคกันเลยละครับ

โดย... Web Master (IT)

ความรู้เรื่อง...การ์ดจอ
การ์ดจอ (Video Card) การ์ดแสดงผล หรือ กราฟฟิกการ์ด (Graphic card) เป็น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำหน้าที่ในการนำข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลของซีพียูมาแสดงบนจอภาพ ทำให้ผู้ใช้ สามารถควบคุมการทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจอภาพจะเป็นส่วนที่รับข้อมูลจากการ์ดแสดงผลอีกทีหนึ่ง การ์ดกราฟฟิกทีได้รับความนิยมและใช้กันแพร่หลายในอยู่ปัจจุบัน เป็นการ์ดกราฟฟิกที่มี GPU เป็นตัวประมวลผล

โดย... Web Master (IT)

Windows XP Service Pack 3 Overview
ภาพรวม Windows XP Service Pack 3 จะประกอบด้วย security updates hotfix และ patch ต่างๆ ที่ไมโครซอฟท์ปล่อยหลังออก SP2 เป็นต้นมาไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงฟังก์ชั่นและการทำงานที่สำคัญ แต่จะอัพเดตองค์ประกอบต่างๆ อย่าง Microsoft Management Console (MMC) 3.0 และ Microsoft Core XML Services 6.0 (MSXML6) เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ ไมโครซอฟท์ไม่ได้รวมเอา Windows Internet Explorer 7 เข้ามาไว้ใน SP3 แต่จะใส่มาเฉพาะส่วนที่เป็นอัพเดตและ fix เท่านั้น คล้ายกับว่าไมโครซอฟท์ตั้งใจจะไม่บีบให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนจาก IE6 มาใช้ IE7 ใครที่ต้องการอยู่กับ IE6 (ด้วยเหตุผลใดก็ตาม) ก็จะยังสามารถใช้ IE6 ได้ สำหรับใครที่เปลี่ยนไปเป็น IE7 แล้วจะมีอัพเดตมาให้เช่นเดียวกัน

โดย... Web Master (IT)

การประยุกต์ใช้ DATA WAREHOUSEING
มีการประมาณการณ์เอาไว้ว่า ถ้าไม่มีการนำเอาระบบ Data Warehouse มาประยุกต์ใช้ในองค์กร จะมีคน เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะสามารถใช้งานระบบสารสนเทศได้ตามความต้องการ และนั่นก็คือจำนวนคนที่มีระดับความรู้ ทาง IT เพียงพอที่จะสร้าง Query ขึ้นด้วยตนเองเพื่อสนองความต้องการด้านข้อมูลของตน นอกจากนั้นแล้ว ระบบ EIS (Executive Information System) และ DSS (Decision Support System) ก็มักจะทำงานได้ไม่ตรงกับที่ต้องการ เพราะข้อมูล ดิบจากฐานข้อมูลประจำวันนั้น เข้าถึงยาก หรือไม่ก็ทำความเข้าใจได้ไม่ง่ายนัก ยิ่งไปกว่านั้น การอนุญาตให้ผู้ใช้ระดับสูง สามารถเข้าถึงและค้นหาฐานข้อมูลได้โดยตรงอาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของงานข้อมูล รวมไปถึงความเป็นระเบียบ (Data Integrity) ของฐานข้อมูลด้วย

โดย... Web Master (IT)

นวัตกรรมรถบรรทุกขนาดใหญ่ B-double รถกึ่งพ่วงบรรทุกแบบพิเศษ
ในยุคที่ประสิทธิภาพและต้นทุนการขนส่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพัฒนาร่วมกันอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนหลักของการขนส่งคือน้ำมันเชื้อเพลิงมีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก๊าซธรรมชาติและไบโอดีเซลกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องศึกษาและพัฒนากองรถมาทดลองและใช้กันแน่นอน การพัฒนารถไฟและการขนส่งทางลำน้ำให้สามารถขนส่งสินค้าในเส้นทางหลักได้มากขึ้น มีบริการที่แน่นอนและสามารถเชื่อมต่อกับการขนส่งด้วยรถบรรทุกได้สะดวกรวดเร็ว เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายปรารถนา เพราะคาดหมายว่าจะทำให้การขนส่งได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการขนส่งด้วยรถบรรทุก ประเด็นเรื่องการขนส่งในปริมาณมากๆ ต่อเที่ยว มักจะยกประเด็นในเรื่องการประหยัดพลังงาน การลดปริมาณมลพิษจากน้ำมัน และการประหยัดค่าจ้างแรงงานของพนักงานขับรถ โดยทั้งหมดคิดหารเฉลี่ยจากจำนวนหน่วยสินค้าและระยะทางขนส่งต่อเที่ยวนั้นๆ หลายครั้งที่รถบรรทุกถูกวางตำแหน่งให้ทำหน้าที่ขนส่งและกระจายสินค้าในระยะทางรัศมีสั้นๆ รอบๆ สถานีหรือต้นทางปลายทางที่เป็น hub

โดย... Web Master (IT)

การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming: OOP)
ในปัจจุบันภาษาในการเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศที่ใช้ในองค์กรธุรกิจ มีมากมายหลายภาษาให้เลือก การเรียนรู้ภาษาเขียนโปรแกรมหรือการมีความรู้ในหลาย ๆ ภาษาถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องเขียนโปรแกรมให้ได้ทุก ๆ ภาษา แต่สามารถเลือกบางภาษาที่เรามีความถนัดหรือเลือกที่จะเริ่มต้นกับภาษาใด ภาษาหนึ่งได้ ซึ่งการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุถือได้ว่าได้รับความนิยมในปัจจุบันรวมถึงแนวโน้มในอนาคต ซึ่ง Java ก็เป็นหนึ่งในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ที่มีพื้นฐานมาจากภาษา C และคิดว่าน่าจะเป็นอีกภาษาหนึ่งที่น่าศึกษาและน่าเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีของ Java ถือว่ากำลังร้อนแรงในแวดวงของ Software

โดย... Web Master (IT)

เรียนรู้เรื่อง CPU
CPU (Central Processing Unit) หรือ โปรเซสเซอร์ (Processor) คือ ส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าที่ควบคุมกา รทำงานของส่วนอื่นๆ โดยทั่วไปแล้ว ซีพียูจะประกอบไปด้วย หน่วยควบคุม (Control Unit), หน่วยประมวลผลคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ (Arithmetic and Logic Unit; ALU) และหน่วยความจำ ได้แก่ รีจีสเตอร์ (Register), แคช (Cache), แรม (RAM) และรอม (ROM)

โดย... Web Master (IT)