ข้อมูลองค์ความรู้โดย
Web Master (IT)
ตำแหน่ง อาจารย์

โอกาสอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลไทย ... เจาะตลาด SMEs ในยุคน้ำมันแพง Read more: http://www.positioningm

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Data Management & Analysis
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   Knowledge Management
  ลงข้อมูลเมื่อ 14:26:29 07/07/2010
  Page View (2934) แบ่งปัน

ในยุคที่ภาคธุรกิจไทยต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นและการแข่งขันอย่างรุนแรงภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์จากการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจึงมุ่งเน้นไปสู่เป้าหมายที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าของไทย ทั้งนี้ ในการปรับตัวของภาคธุรกิจไปสู่เป้าหมายดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยเครื่องจักรอุปกรณ์เข้ามาช่วยในกระบวนการ ตั้งแต่การจัดการวัตถุดิบ การแปรรูป การบรรจุ และการจัดเก็บรักษาคุณภาพของสินค้าจนไปถึงมือผู้บริโภค ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการไทยยังมีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการดังกล่าวไม่มากนัก เนื่องจากโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีมีต้นทุนค่อนข้างสูง เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ส่วนใหญ่ต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศ และบางกรณีก็อาจหาเครื่องจักรกลที่ตรงกับความต้องการใช้ในการผลิตสินค้าไทยบางประเภทที่มีลักษณะเฉพาะไม่ได้อย่างสมบูรณ์ ขณะที่ผู้ผลิตเครื่องจักรกลภายในประเทศ แม้ว่าจะมีอยู่จำนวนไม่น้อย แต่ที่ผ่านมายังขาดการเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ผลิตและผู้ที่ต้องการใช้เครื่องจักรกลภายในประเทศ 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์สถานการณ์อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลไทย และพิจารณาถึงแนวทางในการปรับตัวของผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทยเพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจภายใต้สภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 

ตลาดเครื่องจักรกลภายในประเทศ : โอกาสของผู้ผลิตไทยอยู่ที่ตลาด SMEs 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าภาพรวมตลาดเครื่องจักรกลภายในประเทศ ปี 2551 มีโอกาสที่สถานการณ์จะดีขึ้นกว่าปีก่อน โดยคาดว่าการลงทุนในเครื่องจักรกลจะมีมูลค่าประมาณ 577,500 ล้านบาท และมีอัตราการขยายตัว ณ ราคาคงที่ ประมาณร้อยละ 5.0 เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่มีมูลค่าประมาณ 550,000 ล้านบาท และมีอัตราการขยายตัว ณ ราคาคงที่ หดตัวประมาณร้อยละ 1.0 โดยมีสัญญาณการฟื้นตัวที่สำคัญ คือ การนำเข้าเครื่องจักรกล 4 เดือนแรกของปี 2551 ที่มีมูลค่าประมาณ 122,961 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณร้อยละ 12.5 ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ อัตราการใช้กำลังการผลิตที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีโอกาสที่จะขยายการลงทุนมากขึ้น ค่าเงินบาทยังอยู่ในระดับที่แข็งค่ากว่าปีก่อน ช่วยเอื้อประโยชน์ให้ราคาเครื่องจักรกลที่นำเข้าจากต่างประเทศในรูปของเงินบาทไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ขณะที่ราคาเครื่องจักรกลในต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในหลายมาตรการ เช่น โครงการลงทุน Mega Projects มาตรการทางภาษี นโยบายปีแห่งการลงทุน เป็นต้น ตลอดจนโครงการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรกล เช่น โครงการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของสถาบันการเงินภาครัฐและเอกชน เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยจูงใจให้ภาคอุตสาหกรรมลงทุนติดตั้งหรือปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรกลมากขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตในยามที่ราคาน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจฉุดรั้งการเติบโต ได้แก่ การที่ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอาจส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าที่จะขยายการลงทุน รวมทั้งภาคธุรกิจที่มีฐานะทางการเงินไม่ดีนัก ก็อาจมีข้อจำกัดในการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรกลหรืออาจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ไปก่อน ประกอบกับปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองที่ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ในขณะนี้ ก็อาจส่งผลต่อการตัดสินใจในการลงทุนในเครื่องจักรกลได้ 

ทั้งนี้ แม้ตลาดเครื่องจักรกลภายในประเทศจะมีขนาดใหญ่ โดยในระยะ 3 ปีที่ผ่านมามีมูลค่าตลาดมากกว่า 500,000 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นประมาณร้อยละ 7 ต่อ GDP แต่ส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่เป็นของผู้นำเข้า ซึ่งผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทยมีส่วนร่วมไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทยยังมีโอกาสที่จะผลิตเครื่องจักรกลที่มุ่งตอบสนองความต้องการของตลาดภายในประเทศได้ โดยเฉพาะตลาด SMEs ซึ่งมีความต้องการเครื่องจักรกลที่มีราคาไม่สูง สามารถตอบสนองการผลิตสินค้าที่หลากหลายและมีลักษณะเฉพาะของไทยได้ ประกอบกับในขณะนี้อยู่ในภาวะที่ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เครื่องจักรกลราคาไม่สูงของผู้ผลิตไทยอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับ SMEs ในการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้นได้ โดยจากการประเมินของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พบว่า ในปี 2549 มีจำนวน SMEs ขนาดย่อมมีอยู่ประมาณ 2.3 ล้านราย นอกจากนี้ หากคิดเฉพาะวิสาหกิจชุมชนจะมีจำนวนประมาณ 54,860 ราย ซึ่งประกอบไปด้วยหลายกลุ่มการผลิต ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้อาจมีความต้องการใช้เครื่องจักรกลในการเพิ่มประสิทธิภาพหรือเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า แต่ยังมีข้อจำกัดทางการเงิน ทำให้ที่ผ่านมาไม่สามารถลงทุนในเครื่องจักรกลราคาสูงจากต่างประเทศได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีของผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทยที่จะเข้าไปเจาะตลาดในกลุ่มนี้ 

การส่งออกขยายตัวสูง แต่ส่วนใหญ่เป็นเครือข่ายของบริษัทต่างชาติ 

สำหรับภาพรวมตลาดส่งออกเครื่องจักรกลในปี 2551 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยใน 4 เดือนแรกของปี 2551 มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 40,951 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณร้อยละ 19.0 ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ส่งออกเครื่องจักรกลรายใหญ่หลายรายจะเป็นบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนโดยตรงหรือร่วมทุน ส่วนผู้ประกอบการไทยมักจะเป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งจะผลิตส่วนประกอบเพื่อส่งต่อไปยังบริษัทขนาดใหญ่ที่จะทำการประกอบและผลิตเครื่องจักรกลสำหรับส่งออกหรือจำหน่ายภายในประเทศ ทำให้ข้อมูลอัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกเครื่องจักรกลอาจไม่ได้สะท้อนถึงความสามารถของผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทยยังมีโอกาสในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดประเทศเพื่อนบ้านที่มีโครงสร้างการผลิตคล้ายกับไทย รวมทั้งในอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการไทยได้ออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมักจะมีการนำระบบการผลิตหรือการแปรรูปผลิตภัณฑ์เข้าไปถ่ายทอดด้วย ซึ่งหมายถึงโอกาสในการขยายตลาดเครื่องจักรกลที่ใช้ในการผลิตตามมาด้วย ทั้งนี้ เทคโนโลยีของอุตสาหกรรมที่ไทยมีโอกาสขยายตลาดไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อุตสาหกรรมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น 

โอกาสและแนวทางในการปรับตัวของผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทย 

ที่ผ่านมาผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทยยังมีส่วนร่วมกับตลาดเครื่องจักรกลไม่มากนัก เนื่องจากเครื่องจักรกลที่ผลิตได้ภายในประเทศมีเทคโนโลยีต่ำ ไม่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ภายในประเทศ ส่วนตลาดต่างประเทศก็จะเป็นของบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ที่เข้ามาลงทุนโดยตรงหรือเข้ามาร่วมทุนกับไทย ในด้านหนึ่งก็ถือว่าเป็นการดีที่ช่วยดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็จะส่งผลเสียต่อผู้ประกอบการไทยขนาดเล็กที่จะทำได้เพียงการผลิตชิ้นส่วนเพื่อป้อนให้กับผู้ผลิตรายใหญ่ ไม่เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักรกลอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทยยังมีโอกาสและช่องทางในการสอดแทรกเข้าสู่ตลาดเครื่องจักรกลได้ โดยเฉพาะตลาด SMEs เพียงแต่ต้องมีการปรับตัวและแสวงหาโอกาสใหม่ๆ โดยควรปรับตัวให้มีความยืดหยุ่นในการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) มากขึ้น ตลอดจนต้องมีการสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ผลิตชิ้นส่วน สถาบันการศึกษาที่ผลิตแรงงานมีฝีมือ ผู้ผลิตสินค้าที่เป็นผู้ใช้เครื่องจักรกล รวมทั้งภาครัฐซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบาย โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ จะต้องมีการจัดตั้งแหล่งข้อมูลกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและช่วยให้เกิดการจับคู่เจรจาทางธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อ 

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าตลาดที่มีศักยภาพที่ผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทยน่าจะแสวงหาโอกาสในการผลิตเครื่องจักรกลเพื่อตอบสนองความต้องการ ได้แก่ กลุ่มสินค้าอาหาร กลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูป กลุ่มสินค้าพลังงานทดแทน กลุ่มสินค้าชุมชนหรือ OTOP โดยตัวอย่างเครื่องจักรกลที่จะเป็นโอกาสสำคัญของผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทยในการพัฒนาและเจาะตลาดในกลุ่มสินค้าข้างต้น อาทิเช่น 

- เครื่องจักรกลที่ใช้ในอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งเป็นเครื่องจักรกลที่ใช้ในการแปรรูปผลผลิตเกษตรสำหรับจัดจำหน่ายหรือเพื่อนำไปเก็บรักษาสำหรับเป็นวัตถุดิบในการผลิตต่อไป เช่น เครื่องทำแห้งเยือกแข็งสุญญากาศ เครื่องตัดอ้อย เครื่องอบลำไย เครื่องแปรรูปและถนอมอาหาร เป็นต้น 
- เครื่องจักรกลที่ใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดี เนื่องจากในขณะนี้ปริมาณความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากการปรับตัวของระดับราคาน้ำมัน อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้ชุมชนที่มีศักยภาพในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพสามารถมีเครื่องจักรใช้ในราคาถูกได้ โดยที่ไม่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ 
- เครื่องพิมพ์สำหรับบรรจุภัณฑ์ โดยควรเน้นไปที่เครื่องจักรกลที่จะสามารถถอดและประกอบได้หลายรูปแบบตามความต้องการของผู้ใช้งาน 
- เครื่องมือกลพื้นฐาน ซึ่งมักจะถูกนำไปใช้ในการกลึง กัด ตัด ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิต เป็นต้น ซึ่งเครื่องมือกลพื้นฐานเหล่านี้ผู้ผลิตไทยมีศักยภาพในการผลิต เพียงแต่ต้องปรับปรุงให้มีความแม่นยำและประสิทธิภาพสูงขึ้น 

จะเห็นได้ว่าเครื่องจักรกลข้างต้นบางประเภทไม่สามารถนำเข้ามาจากต่างประเทศได้ เนื่องจากเป็นเครื่องจักรเฉพาะกลุ่มและมีคุณลักษณะการใช้งานเฉพาะเจาะจงอย่างมาก ซึ่งผู้ผลิตไม่เพียงแต่ต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยี ยังต้องมีความรู้ความเข้าใจในลักษณะงานที่จะต้องนำไปใช้ด้วย นอกจากนี้ ผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทยยังมีโอกาสที่จะขยายฐานลูกค้าไปสู่ตลาดในประเทศเพื่อนบ้านได้ ทั้งจำหน่าย ติดตั้ง ดูแล และฝึกอบรมการใช้งานเครื่องจักรกลให้แก่ลูกค้า 

สรุปและข้อคิดเห็น 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าในปี 2551 ภาพรวมตลาดเครื่องจักรกลภายในประเทศมีโอกาสที่จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง โดยคาดว่าการลงทุนในเครื่องจักรกลจะมีมูลค่าประมาณ 577,500 ล้านบาท และมีอัตราการขยายตัว ณ ราคาคงที่ ประมาณร้อยละ 5.0 เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่มีมูลค่าประมาณ 550,000 ล้านบาท และมีอัตราการขยายตัว ณ ราคาคงที่ หดตัวประมาณร้อยละ 1.0 โดยมีปัจจัยบวกจาก อัตราการใช้กำลังการผลิตที่อยู่ในระดับสูง ค่าเงินบาทยังอยู่ในระดับที่แข็งค่ากว่าปีก่อน การดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในหลายมาตรการ ตลอดจนโครงการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรกล ซึ่งคาดว่าจะช่วยจูงใจให้ภาคอุตสาหกรรมลงทุนติดตั้งหรือปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรกลเพื่อลดต้นทุนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจฉุดรั้งการเติบโต ได้แก่ ปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจอาจมีข้อจำกัดที่จะขยายการลงทุนหรืออาจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ ประกอบกับปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองที่ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ ทั้งนี้ ตลาดเครื่องจักรกลภายในประเทศส่วนใหญ่จะเป็นของผู้นำเข้า โดยผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทยมีส่วนร่วมไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทยยังมีโอกาสในการเจาะตลาด โดยควรหันไปให้ความสำคัญกับตลาดเฉพาะกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะตลาด SMEs ที่มีความต้องการเครื่องจักรกลราคาไม่สูง สามารถตอบสนองการผลิตสินค้าที่หลากหลายและมีลักษณะเฉพาะของไทยได้ เช่น กลุ่มสินค้าอาหาร กลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูป กลุ่มสินค้าพลังงานทดแทน กลุ่มสินค้าชุมชนหรือ OTOP เป็นต้น ประกอบกับในขณะนี้ที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น เครื่องจักรกลราคาไม่สูงของผู้ผลิตไทยอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้นได้ โดยผู้ผลิตเครื่องจักรกลไทยต้องปรับตัวให้มีความยืดหยุ่นในการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ตลอดจนต้องมีการสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะต้องมีการจัดตั้งแหล่งข้อมูลกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและช่วยให้เกิดการจับคู่เจรจาทางธุรกิจระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อ โดยตัวอย่างเครื่องจักรกลที่คาดว่าจะเป็นโอกาสสำคัญของผู้ผลิตไทยในอนาคต เช่น เครื่องจักรกลที่ใช้ในอุตสาหกรรมเกษตร เครื่องจักรกลที่ใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ เครื่องพิมพ์สำหรับบรรจุภัณฑ์ เครื่องมือกลพื้นฐาน เป็นต้น

ที่มา : http://www.positioningmag.com/prnews/prnews.aspx?id=70189



องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
เรียนรู้เรื่อง เมนบอร์ด (Mainboard, mother board)
แผงวงจรหลัก เป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่อยู่ภายในเครื่อง เมื่อเปิดฝาเครื่องออกมาจะเป็นแผงวงจรขนาดใหญ่วางนอนอยู่ นั่นคือส่วนที่เรียกว่า "เมนบอร์ด"

โดย... Web Master (IT)

รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
รายละเอียดของระบบ e-Purchasing Online ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

โดย... Web Master (IT)

AutoCAD คืออะไร
AutoCAD (Computer Aided Drefting/Dedign, CAD) เป็นซอฟต์แวร์ช่วยออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ ที่สามารถรองรับการทำงานทั้งใน 2 มิติ และ 3 มิติ

โดย... Web Master (IT)

ทำความรู้จักกับ IIG (International Internet Gateway ) & NIX(National Internet Exchange )
การใช้งานอินเตอร์เน็ตของเราทุกคน จำเป็นต้องผ่านระบบการให้ บริการของ IIG และ NIX เพราะว่า เป็นเหมือนเส้นทางหลักของศูนย์กลางโครงข่าย ของประเทศไทย ทั้งภายในและ ภายนอกประเทศ ที่จากเดิมเราจะทราบกันอยู่แล้วว่า บริการทั้งสองประเภทนี้จะมีผู้ให้บริการ แบบผูกขาดอยู่เพียงรายเดียวเท่านั้น คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพียงเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบันนี้ได้มีหน่วยงานที่เข้ามา กำกับดูแลในเรื่องของโทรคมนาคมของเมืองไทยอย่างเป็น รูปธรรมมากยิ่งขึ้น จึงก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี และปัจจุบัน ทาง กทช. ผู้เป็นหน่วยงานหลัก ของ การกำกับดูแลได้เปิดอนุญาตให้กลุ่มบริษัทเอกชนทั่วไป สามารถขอรับใบอนุญาต การให้ บริการทั้งสองประเภทได้ เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม และก่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ผู้บริโภคกันเลยละครับ

โดย... Web Master (IT)

ความรู้เรื่อง...การ์ดจอ
การ์ดจอ (Video Card) การ์ดแสดงผล หรือ กราฟฟิกการ์ด (Graphic card) เป็น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำหน้าที่ในการนำข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลของซีพียูมาแสดงบนจอภาพ ทำให้ผู้ใช้ สามารถควบคุมการทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจอภาพจะเป็นส่วนที่รับข้อมูลจากการ์ดแสดงผลอีกทีหนึ่ง การ์ดกราฟฟิกทีได้รับความนิยมและใช้กันแพร่หลายในอยู่ปัจจุบัน เป็นการ์ดกราฟฟิกที่มี GPU เป็นตัวประมวลผล

โดย... Web Master (IT)

Windows XP Service Pack 3 Overview
ภาพรวม Windows XP Service Pack 3 จะประกอบด้วย security updates hotfix และ patch ต่างๆ ที่ไมโครซอฟท์ปล่อยหลังออก SP2 เป็นต้นมาไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงฟังก์ชั่นและการทำงานที่สำคัญ แต่จะอัพเดตองค์ประกอบต่างๆ อย่าง Microsoft Management Console (MMC) 3.0 และ Microsoft Core XML Services 6.0 (MSXML6) เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ ไมโครซอฟท์ไม่ได้รวมเอา Windows Internet Explorer 7 เข้ามาไว้ใน SP3 แต่จะใส่มาเฉพาะส่วนที่เป็นอัพเดตและ fix เท่านั้น คล้ายกับว่าไมโครซอฟท์ตั้งใจจะไม่บีบให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนจาก IE6 มาใช้ IE7 ใครที่ต้องการอยู่กับ IE6 (ด้วยเหตุผลใดก็ตาม) ก็จะยังสามารถใช้ IE6 ได้ สำหรับใครที่เปลี่ยนไปเป็น IE7 แล้วจะมีอัพเดตมาให้เช่นเดียวกัน

โดย... Web Master (IT)

นวัตกรรมรถบรรทุกขนาดใหญ่ B-double รถกึ่งพ่วงบรรทุกแบบพิเศษ
ในยุคที่ประสิทธิภาพและต้นทุนการขนส่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพัฒนาร่วมกันอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนหลักของการขนส่งคือน้ำมันเชื้อเพลิงมีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก๊าซธรรมชาติและไบโอดีเซลกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องศึกษาและพัฒนากองรถมาทดลองและใช้กันแน่นอน การพัฒนารถไฟและการขนส่งทางลำน้ำให้สามารถขนส่งสินค้าในเส้นทางหลักได้มากขึ้น มีบริการที่แน่นอนและสามารถเชื่อมต่อกับการขนส่งด้วยรถบรรทุกได้สะดวกรวดเร็ว เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายปรารถนา เพราะคาดหมายว่าจะทำให้การขนส่งได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการขนส่งด้วยรถบรรทุก ประเด็นเรื่องการขนส่งในปริมาณมากๆ ต่อเที่ยว มักจะยกประเด็นในเรื่องการประหยัดพลังงาน การลดปริมาณมลพิษจากน้ำมัน และการประหยัดค่าจ้างแรงงานของพนักงานขับรถ โดยทั้งหมดคิดหารเฉลี่ยจากจำนวนหน่วยสินค้าและระยะทางขนส่งต่อเที่ยวนั้นๆ หลายครั้งที่รถบรรทุกถูกวางตำแหน่งให้ทำหน้าที่ขนส่งและกระจายสินค้าในระยะทางรัศมีสั้นๆ รอบๆ สถานีหรือต้นทางปลายทางที่เป็น hub

โดย... Web Master (IT)

เรียนรู้เรื่อง CPU
CPU (Central Processing Unit) หรือ โปรเซสเซอร์ (Processor) คือ ส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าที่ควบคุมกา รทำงานของส่วนอื่นๆ โดยทั่วไปแล้ว ซีพียูจะประกอบไปด้วย หน่วยควบคุม (Control Unit), หน่วยประมวลผลคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ (Arithmetic and Logic Unit; ALU) และหน่วยความจำ ได้แก่ รีจีสเตอร์ (Register), แคช (Cache), แรม (RAM) และรอม (ROM)

โดย... Web Master (IT)

การประยุกต์ใช้ DATA WAREHOUSEING
มีการประมาณการณ์เอาไว้ว่า ถ้าไม่มีการนำเอาระบบ Data Warehouse มาประยุกต์ใช้ในองค์กร จะมีคน เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะสามารถใช้งานระบบสารสนเทศได้ตามความต้องการ และนั่นก็คือจำนวนคนที่มีระดับความรู้ ทาง IT เพียงพอที่จะสร้าง Query ขึ้นด้วยตนเองเพื่อสนองความต้องการด้านข้อมูลของตน นอกจากนั้นแล้ว ระบบ EIS (Executive Information System) และ DSS (Decision Support System) ก็มักจะทำงานได้ไม่ตรงกับที่ต้องการ เพราะข้อมูล ดิบจากฐานข้อมูลประจำวันนั้น เข้าถึงยาก หรือไม่ก็ทำความเข้าใจได้ไม่ง่ายนัก ยิ่งไปกว่านั้น การอนุญาตให้ผู้ใช้ระดับสูง สามารถเข้าถึงและค้นหาฐานข้อมูลได้โดยตรงอาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของงานข้อมูล รวมไปถึงความเป็นระเบียบ (Data Integrity) ของฐานข้อมูลด้วย

โดย... Web Master (IT)

การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming: OOP)
ในปัจจุบันภาษาในการเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศที่ใช้ในองค์กรธุรกิจ มีมากมายหลายภาษาให้เลือก การเรียนรู้ภาษาเขียนโปรแกรมหรือการมีความรู้ในหลาย ๆ ภาษาถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องเขียนโปรแกรมให้ได้ทุก ๆ ภาษา แต่สามารถเลือกบางภาษาที่เรามีความถนัดหรือเลือกที่จะเริ่มต้นกับภาษาใด ภาษาหนึ่งได้ ซึ่งการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุถือได้ว่าได้รับความนิยมในปัจจุบันรวมถึงแนวโน้มในอนาคต ซึ่ง Java ก็เป็นหนึ่งในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ที่มีพื้นฐานมาจากภาษา C และคิดว่าน่าจะเป็นอีกภาษาหนึ่งที่น่าศึกษาและน่าเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีของ Java ถือว่ากำลังร้อนแรงในแวดวงของ Software

โดย... Web Master (IT)