ข้อมูลองค์ความรู้โดย
สาริณี นรจีน
ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่สารสนเทศ

การเชื่อมตารางของข้อมูล U.S. census

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Data Management & Analysis
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   Knowledge Management
  ลงข้อมูลเมื่อ 15:27:25 13/05/2013
  Page View (1469) แบ่งปัน

เรียกใช้โปรแกรม ArcMap และเพิ่มข้อมูล census

เริ่มเรียกโปรแกรม ArcMap เมื่อมีหน้าต่างโต้ตอบให้เลือก a new empty map จากนั้นคลิ๊กปุ่ม Add Data  และเลือกเส้นทางข้อมูลไปที่โฟลเดอร์ learnarcgis1\tables\Lesson02\Census_data 

จะเห็นว่ามีไฟล์อยู่ทั้งหมด 7 ไฟล์ โดย 4 ไฟล์มีนามสกุล .shp เป็นไฟล์แบบ shapefiles ส่วนที่เหลือ 3 ไฟล์มีนามสกุล .dbf เป็นข้อมูลการศึกษาของประชากรที่เก็บในแบบ dBASE

เลือกไฟล์ทั้ง 4 ไฟล์ที่เป็นข้อมูลประเภท shapefiles (คลิ๊กไฟล์ใดไฟล์หนึ่งก่อนจากนั้นกดแป้น Ctrl ค้างไว้และคลิ๊กไฟล์ที่เหลือจนครบ) จากนั้นกดปุ่ม add

จะได้เห็นแผนที่ของเมือง Dane ในรัฐ Wisconsin โดยในแต่ละ shapefile จะนำเสนอข้อมูลประชากรแตกต่างกันไปตามระดับของสภาพภูมิประเทศของ block groups, blocks, tracts, และ water bodies โดยค่าตั้งต้นของทุก ๆ เลเยอร์จะแสดงออกให้เห็นและให้สัญลักษณ์สีมีเพียงสีเดียวซึ่งเป็นสีที่สุ่มขึ้นมา เลเยอร์ต่างๆ ตั้งชื่อไว้สับสนดังนั้นควรเปลี่ยนชื่อเพื่อสะดวกในการจัดการก่อนที่จะเริ่มทำงานกับตาราง

ใน Table of Contents คลิ๊กขวาที่เลเยอร์แหล่งน้ำ (คำนำหน้าเลเยอร์คือ "wbd") และคลิ๊ก Properties ในหน้าต่าง layer Properties คลิ๊กที่แท็บ General และเปลี่ยน layer name เป็น Lakesและคลิ๊กปุ่ม OK

ใช้วิธีเดียวกันเปลี่ยนชื่อเลเยอร์อื่น ๆ ของข้อมูลสำมโนประชากรจากเลเยอร์ tracts (เริ่มด้วย "trt") เปลี่ยนเป็น Census Tractsเลเยอร์ block groups (เริ่มด้วย "grp") เปลี่ยนเป็น Census Block Groups และเลเยอร์ census blocks(เริ่มด้วย "blk") เปลี่ยนเป็น Census Blocks

เลเยอร์ควรจัดเรียงใหม่ใน Table of Contents โดยให้เลเยอร์ Lakes อยู่บนสุด Census Tracts อยู่ใต้ Lakes ต่อจากนั้นเป็น Census Block Groups และ Census Blocks

คลิ๊กขวาที่ Layers และคลิ๊ก Properties ในหน้าต่าง Data Frame Properties คลิ๊กที่แท็บ General และเปลี่ยนกล่อง name เป็น Dane County, Wisconsin และคลิ๊กปุ่ม OK 

ขั้นที่ 2 สำรวจดูข้อมูลเชิงบรรยายของเลเยอร์

เปิดตารางข้อมูลเชิงบรรยายของเลเยอร์ Census Tracts และสำรวจดูฟิลล์ ต่าง ๆ

ฟิลล์ FID (feature ID) ถูกสร้างขึ้นมาอัตโนมัติโดยโปรแกรม ArcMap สำหรับฟิลล์ KEY เป็นการนำรหัสของฟิลล์ต่าง ๆ มาต่อรวมกันได้แก่ฟิลล์ 1990 state, county, และ tract FIPS (Federal Information Processing Standards) ส่วนฟิลล์ SUMLEV เป็น Census Bureau's Summary Level code ซึ่งมี Summary Level code เป็น 140

ลูกศรนี้จะสัมพันธ์กับเครื่องมือเลื่อนเรคอร์ซึ่งอยู่ด้านล่างซ้ายของหน้าต่าง table 

 

คลิ๊กที่ปุ่ม Next record ที่อยู่บนเครื่องมือ record scroll  และลองมองที่ลูกศรสีดำจะเลื่อนลงมา

คลิ๊กที่ปุ่ม Move to end of table  จะเห็นว่าลูกศรจะเลื่อนลงที่เรคอร์ดสุดท้ายของตาราง ต่อไปลองเลือกลงไปที่ current record box และพิมพ์ 21กดแป้น Enter

ลูกศรจะชี้ไปที่เรคอร์ดอันดับที่ 21 ในตาราง แต่ค่าฟิลล์ FID มีค่าเป็น 20 เพราะว่าค่า FID เริ่มต้นที่ค่า 0

จากนั้นเคลื่อนหน้าต่าง table ให้สามารถมองเห็นทั้งตารางและแผนที่ ในหน้าต่าง table คลิ๊กที่ตรงกล่องสีเทาด้านซ้ายสุดของตารางกล่องใดก็ได้

สังเกตุว่าเรคอร์ดที่ถูก highlighted ซึ่งเป็นการบอกว่าเรคอร์ดนั้น ถูกเลือกอยู่ รวมทั้งฟีเจอร์ feature ในส่วนแสดงแผนที่ก็จะถูกเลือกด้วย 

ถ้าลองเลื่อนสกอร์ขึ้นลงไปมาจะสังเกตุว่าลูกศรยังคงชี้อยู่ที่ FID ที่มีค่า 20

ใช้เมาส์เลือกกล่องสีเทาใดก็ได้แล้วกดปุ่มซ้ายค้างไว้แล้วลากลงมาสัก 5 หรือ 6 กล่องจะเห็นว่าจะมีเรคอร์ดถูกเลือกมากว่า 1 เรคอร์ด 

กดแป้น Ctrl ค้างไว้แล้วลองเลือกเรคอร์อื่น ๆ

คลิ๊กที่ปุ่ม Options และคลิ๊กเลือก Switch Selection จะพบว่าเรคอร์ดที่ได้เลือกไว้กลับเป็นไม่ถูกเลือกและเรคอร์ดที่ไม่ได้เลือกกลับมาถูกเลือก จากนั้นกดแป้น Ctrl ค้างไว้ลองกดที่กล่องสีเทาใดก็ได้ที่ถูกเลือกอยู่จะทำให้เฉพาะเรคอร์ดนั้นไม่ถูกเลือก

กดปุ่ม Options อีกครั้งและคลิ๊กเลือก Clear Selection

ปิดหน้าต่าง table

ขั้นที่ 3 เพิ่มข้อมูลตารางสำมโนประชากร 

คลิ๊กปุ่ม Add Data และเลือกเส้นทางข้อมูลไปที่โฟลเดอร์ learnarcgis1\tables\Lesson02\Census_dataเพิ่มไฟล์ตาราง dBASE ทั้ง 3 ไฟล์ (ทุกไฟล์จะมีนามสกุล .dbf )

สังเกตุว่าใน Table of Contents ที่บริเวณแท็บ Source จะมาอยู่ในโหมดพร้อมใช้งาน ส่วนแท็บ Display กลับมาอยู่ในโหมดไม่พร้อมใช้งาน เมื่อเพิ่มข้อมูลประเภทตารางซึ่งไม่ใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ ในแท็บ Display จะไม่สามารถเห็นตารางที่ได้เพิ่มเข้ามา 

คลิ๊กขวาที่ตาราง dBASE ใดก็ได้แล้วคลิ๊กเลือก Open.

ตารางประกอบด้วยฟิลล์ ID (OID) ,รหัส FIPS และฟิลล์ข้อมูลเกี่ยวกับประชากร ,ที่อยู่อาศัย ในปีค.ศ. 1990

ทดลองดูชื่อฟิลล์เหมือนหรือต่างกันจากตารางทั้งสาม ตารางสามารถเปิดพร้อม ๆ กันได้ และทดลองดูว่าถ้าเลือกเรคอร์ดจากตารางจะทำให้ข้อมูลในแผนที่ถูกเลือกด้วยหรือไม่

ปิดตารางทั้งหมด

ขั้นที่ 4 เชื่อมโยงตาราง

ในขั้นตอนนี้จะได้เชื่อมตารางสำมโนประชากรกับตารางจากเลเยอร์ Census Tracts เมื่อตารางทั้งสองเชื่อมกันแล้วก็สามารถแสดงข้อมูลจากเลเยอร์ census tracts จากตารางข้อมูลสำมโนประชากร

ใน Table of Contents คลิ๊กขวาที่ Census Tracts คลิ๊กเลือก Joins and Relates แล้วคลิ๊กเลือก Join

ในหน้าต่าง Join Data ต้องแน่ในว่าช่องด้านบนสุดได้เลือก "Join attributes from a table" อยู่

ในช่อง Choose the field in this layer that the join will be based on ให้เลือก KEY

ในช่อง Choose the table to join to the layer ให้เลือก t9055025 ส่วนช่องด้านล่างสุด Choose the field in the table that the join will be based on ให้เลือก KEY

การเลือกในหน้าต่าง Join Data ควรจะเหมือนกับภาพด้านล่างนี้ 

คลิ๊กปุ่ม OK และเปิดตารางของเลเยอร์ Census Tracts ขึ้นมาสำรวจดูฟิลล์ต่าง ๆ

สังเกตุว่าชื่อ fields ทั้งหมดได้เปลี่ยนไปโดยมีชื่อตารางมานำหน้า เช่นฟิลล์ที่มาจากตารางสำมโนประชากรจะเริ่มต้นด้วย "t9055025" หลังจากการเชื่อมตารางในโปรแกรม ArcMap แล้วสามารถบอกได้ว่าฟิลล์ใดมาจากที่ใด

ปิดตารง

ใน Table of Contents คลิ๊กขวาที่ Census Tracts คลิ๊กเลือก Joins and Relates และนำ mouse ไปวางที่ Remove Joins (ไม่ต้องคลิ๊ก) สังเกตุว่าจะมีรายการชื่อที่ตารางที่ได้เชื่อมอยู่ ไม่ต้องยกเลิกการเชื่อมตาราง 

เปิดหน้าต่าง Layer Properties ของเลเยอร์ Census Tracts และเลือกแท็บ Joins and Relates tab สังเกตุว่าจะมีรายการตารางที่เชื่อมอยู่ที่นี้เหมือนกัน .

ปิดหน้าต่าง Layer Properties

ด้วยตัวของคุณเองลองเชื่อมตาราง the block groups demographic (ชื่อนำหน้าด้วย "g") กับเลเยอร์ Census Block Groups และเชื่อมตาราง the demographic data table for blocks (ชื่อนำหน้าด้วย "b") กับเลเยอร์ Census Blocks โดยให้ฟิลล์ KEY เป็นฟิลล์หลักที่ใช้การเชื่อมตาราง

ขั้นที่ 5 เลือกฟีเจอร์จากฟิลล์ในตารางที่นำมาเชื่อมโยง

เปิดตารางของเลเยอร์ Census Tracts และจัดเรียงหน้าต่างให้สามารถเห็นทั้งตารางและแผนที่

ในหน้าต่าง table คลิ๊กปุ่ม Options และคลิ๊กเลือก Select By Attributes

ในหน้าต่าง Select By Attributes ต้องแน่ใจว่าในช่อง Method เลือกเป็น "Create a new selection" เลื่อนรายการใน Fieldsและค้นหาชื่อฟิลล์ว่า t9055025.PERSONS ( field นี้เป็นประชากรทั้งหมด และเป็นตารางที่เพิ่มเข้ามาจากตาราง demographic )

Tip: คุณไม่จำเป็นต้องเลื่อนดูชื่อเต็มของฟิลล์ที่อยู่ในรายการ fields แต่สามารถนำเมาส์ไปอยู่เหนือฟิลล์ที่ต้องการดูชื่อเต็มของฟิลล์นั้นชื่อเต็มของฟิลล์นั้นก็จะแสดงออกมา

ความต้องการคือเลือก tracts ที่มีประชากรมากกว่า 5,000 คน

ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ t9055025.PERSONS เพื่อเพิ่มเข้าไปในกล่อง expression ที่อยู่ด้านล่าง

คลิ๊กปุ่มมากกว่า (>) เพื่อเพิ่มเงื่อนไขลงในกล่อง expression จากนั้นพิมพ์ 5000 ในกล่อง expression ต่อจากเครื่องหมายมากกว่า

เงื่อนไขที่เลือกเสร็จแล้วควรจะเหมือนกับภาพด้านล่างนี้ 

คลิ๊กปุ่ม Apply และปิดหน้าต่าง Select By Attributes

เรคอร์ดที่ถูกเลือกจะ highlighted ในตารางและบนแผนที่ด้วย ส่วนด้านล่างของหน้าต่าง table สังเกตุว่าจำนวนเรคอร์ดโที่ถูกเลือกได้รายงานไว้ด้วย

คลิ๊กปุ่ม Options ในหน้าต่าง table และคลิ๊กเลือก Appearance จากนั้นในหน้าต่าง Table Appearance ต้องแน่ในว่าสีของ Selection color และ Highlight color จะตัดกัน (contrast) เพียงพอง่ายต่อการแยกออกจากกันได้ 

ถ้าต้องการปรับแก้ Selection color ให้เป็นค่าสีตั้งต้น (default) ซึ่งเป็นสีน้ำเงิน ให้คลิ๊กที่กล่องสีแล้วคลิ๊ก More Colors ในหน้าต่าง Color Selector จากนั้นคลิ๊กเลือกแท็บ Color และปรับค่าสีแดง (R) เท่ากับ 176 สีเขียว (G) เท่ากับ 255 และสีน้ำเงิน (B) เท่ากับ 255

ปิดหน้าต่าง Table Appearance .

ที่ด้านล่างของหน้าต่าง table คลิ๊กปุ่ม Selected

จะเห็นว่าเรคอร์ดเฉพาะที่ถูกเลือกเท่านั้นที่แสดงในตารางและเรคอร์ดทั้งหมดแสดงด้วยสีที่ได้ปรับค่าไว้สำหรับเป็นสีที่ถูกเลือกอยู่ ( selection color)

คลิ๊กกล่องสีเทาเพื่อเลือกเรคอร์ดใดเรคอร์ดหนึ่งจากที่อยู่ในเซตที่ถูกเลือก

สีที่ถูกเลือกในครั้งนี้จะเป็นสี highlight ที่เห็นในหน้าต่าง Table Appearance สังเกตุว่าฟีเจอร์ที่อยู่ในแผนที่ก็ระบายสี highlight สีเดียวกันด้วย 

คลิ๊กเลือกดูเรคอร์ดทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นคลิ๊กปุ่ม Options และคลิ๊กเลือก Clear Selection.

ปิดตาราง

ขั้นที่ 6 ให้สัญลักษณ์กับฟีเจอร์โดยอาศัยค่าจากตารางที่เชื่อมกันอยู่

ในขั้นตอนนี้จะให้สัญลักษณ์กับเลเยอร์ census geography ของเมือง Dane County โดยให้สัญลักษณ์แตกต่างกันไปตามจำนวนประชากรในแต่ละประเภท

เปิดหน้าต่าง Layer Properties ของเลเยอร์ Census Tracts และคลิ๊กแท็บ Symbology ในกล่อง Show คลิ๊กเลือก Quantities จากนั้นคลิ๊กเลือก Graduated colors

ในกล่อง Fields สำหรับฟิลล์ Value ให้เลือก t9055025.HOUSEHOLD (เป็นจำนวนของบ้านเรือน).

ต้องแน่ใจว่าการจำแนกเลือกไว้เป็นแบบ Natural Breaks (Jenks) โดยแบ่งเป็น 5 classes

ต่อไปเลือกสีโดยให้สีไล่ลำดับจากสีสว่างไปจนเป็นสีเข็ม

ควรเลือกสีตามภาพด้านล่างนี้ 

คลิ๊กปุ่ม OK

ใช้วิธีเดียวกันกับการให้สัญลักษณ์ของเลเยอร์ Census Block Groups โดยให้สัญลักษณ์แบบ graduated colors จากค่าของฟิลล์ g9055025.FAMILIES (จำนวนครัวเรือน) ให้สีไล่ลำดับตามต้องการแต่ให้แตกต่างจากเลเยอร์ Census Tracts

ต่อจากนั้นให้สัญลักษณ์กับเลเยอร์ Census Blocks layer ดัวยสัญลักษณ์แบบ graduated colors โดยใช้ค่าของฟิลล์ b9055025.PERSONS (จำนวนประชากร) และอีกครั้งให้สีไล่ลำดับตามต้องการแต่ให้แตกต่างจากเลเยอร์ Census Tracts และ Census Block Groups

สุดท้าย ใน Table of Contents คลิ๊ก symbol สำหรับเลเยอร์ Lakes ในหน้าต่าง Symbol Selector คลิ๊กเลือกกล่องสี Laxk สำหรับทะเลสาบและคลิ๊กปุ่ม OK

ใน Table of Contents ควรมีลักษณะคล้ายกับภาพด้านล่างนี้ 

ขั้นที่ 7 ปรับเลเยอร์ให้โปร่งแสง

การใช้เทคนิคให้สีโปร่งแสงสำหรับเลเยอร์ census geography สามารถปรับให้เห็นหลาย ๆ เลเยอร์ได้ในขณะเดียวกันบนแผนที่ได้

ถ้าหากขณะนี้ไม่มีแถบเครื่องมือ Effects แสดงอยู่ ให้เลือกแสดงมันออกมาโดยคลิ๊กเมนู View คลิ๊กเลือก Toolbars จากนั้นคลิ๊กเลือก Effects

บนแถบเครื่องมือ Effects บริเวณรายการ Layer ให้เลือกเลเยอร์ Census Tracts จากนั้นคลิ๊กปุ่ม Adjust Transparency  แล้วลากเลื่อน (slider bar) ให้เป็น 55 เปอร์เซ็นต์ 

ปรับค่าโปร่งแสงสำหรับเลเยอร์ Census Block Groups ให้เป็น 35 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับเลเยอร์ Census Blocks ให้เป็นเป็น 25 เปอร์เซนต์ ก่อนที่จะปรับค่าโปร่งแสงต้องอย่าลืมเลือกเลเยอร์ที่ต้องการในแถบเครื่องมือ Effects ก่อน

แผนที่ของคุณควรดูแล้วควรคล้าย ๆ กับภาพด้านล่างนี้ 

ทดลองซูมเข้าและออกบนแผนที่ พร้อมทั้งเลือกแสดงหรือไม่แสดงเลเยอร์

ขั้นที่ 8 บันทึกเอกสารแผนที่และออกจากโปรแกรม ArcMap

บันทึกเอกสารแผนที่ลงในโฟลเดอร์ Lesson02 ด้วยชื่อ dane_cty

ปิดโปรแกรม ArcMap

ที่มาจาก : http://www.dnp.go.th




องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
:: SPEAKER ::
ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆได้มีการพัฒนาขึ้นไปมาก จากแต่ก่อนรวมไปถึงลำโพงที่มีไว้สำหรับต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ของเราด้วย ที่ได้พัฒนามากขึ้นเช่นกัน ลำโพงสามารถให้ความบันเทิงสำหรับผู้ที่สนใจพลังเสียงอันไพเราะของลำโพงเหล่านี้ โดยใช้สำหรับในการชมภาพยนต์ที่ท่านชื่นชอบ ใช้ในการฟังเพลงโปรด ใช้ในการเล่นเกมต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้สำหรับในการฟังเพลงและดูหนังบนอินเตอร์เน็ต เป็นการเพิ่มอรรถรสในการฟังที่มากขึ้น สำหรับผู้ที่ซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้งาน แน่ใจเหลือเกินว่าผู้ซื้อจำเป็นต้องหาลำโพงสักตัวมาด้วยเป็นแน่แท้ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมาใช้งานที่บ้าน และต้องการให้บ้านของท่านมีความครึกครื้นจากระบบเสียงนี้ ลำโพงมัลติมีเดียเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้และเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากเลยนะครับ ลำโพงคอมพิวเตอร์นั้นมีอยู่มากมายหลายรุ่นหลายยี่ห้อให้เลือกใช้กัน แต่ละรุ่นก็มีเสียงที่แตกต่างกันออกไป เสียงดังกับเสียงดีนั้นเป็นเสียงที่คนละอย่างกัน เสียงดีย่อมประกอบไปด้วย เสียงที่มีความใส มีเสียงทุ้ม เสียงแหลม ออกมาอย่างครบถ้วน สามารถให้ความบันเทิงได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งแตกต่างจากเสียงดัง เพราะบางทีนั้นลำโพงที่ให้เสียงดังอย่างเดียวแต่ไม่สามารถให้เสียงที่ไพเราะได้ ก็ไม่ควรเลือกซื้อมาใช้กัน แต่ลำโพงที่มีคุณภาพนั้นต้องแลกกับการที่ต้องเพิ่มเงินในการซื้อที่มากขึ้นกว่าเดิม แต่เมื่อแลกกับความรื่นรมย์ในการใช้คอมพิวเตอร์แล้วนับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก ลำโพงนี้สามารถที่จะทำให้คอมพิวเตอร์กลายเป็นชุดเครื่องเสียงแบบมินิคอมโปได้ เป็นการเพิ่มบรรยากาศในการใช้งานที่มากขึ้น ในการเลือกซื้อจึงต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับลำโพงแบบต่างๆ ให้เข้าใจก่อนว่าแต่ละรุ่นมีการใช้งานอย่างไร แล้วเหมาะกับความต้องการของท่านมากน้อยเพียงไหน ดังนั้น เราจึงต้องมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆของลำโพงกันก่อนนะครับ เพื่อที่จะทำให้ท่านได้ลำโพงที่มีคุณภาพ และเหมาะกับการใช้งานของท่านมากที่สุด

โดย... สาริณี นรจีน

:: MODEM ::
อินเทอร์เน็ตนับว่าเป็นระบบเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่สามารถย่อโลกทั้งโลกให้มาอยู่ในที่เดียวกัน พร้อมกันนั้นการพัฒนาในด้านเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ตก็มี การเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มีการขยายวงกว้างสังคม ของอินเทอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อยๆ และก็คงจะไม่มีวันมีที่สิ้นสุด ลองคิดเล่นๆ กันดูว่า ถ้าวันหนึ่งอินเทอร์เน็ตสามารถที่จะรวบรวมเอาความรู้ และข้อมูลทั้งหมดที่มนุษย์จะสามารถคิดค้นออกมาได้ รวมทั้งยังเป็นช่องทาง การสื่อสารหลักขนาดใหญ่ ที่ผู้คนในยุคนั้นใช้เชื่อมโยงเข้ากัน ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ การค้าขาย หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ของคนต่างชนชาติ ก็จะทำให้วงกว้างของระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ตก็มีแต่จะเจริญเติบโตและคงจะไม่มีที่สิ้นสุด แต่อย่างไรก็ตามการเจริญเติบโตของ อินเทอร์เน็ตก็คงจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าขาดอุปกรณ์เชื่อมต่อเพื่อเข้า ถึง (Access) อย่างโมเด็ม (Modem)

โดย... สาริณี นรจีน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ 3 G ตอนที่ 1
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ 3 G ตอนที่ 1

โดย... สาริณี นรจีน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ 3G ตอนที่ 2
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ 3G ตอนที่ 2

โดย... สาริณี นรจีน