ข้อมูลองค์ความรู้โดย
พีระพงศ์ สุทธาภาศ
ตำแหน่ง ผู้จัดการ

ความรู้เกี่ยวกับกราฟิก

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Graphics
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   Viewers
  ลงข้อมูลเมื่อ 09:33:41 02/05/2013
  Page View (2023) แบ่งปัน

  • 1. CHAPTER 1 : ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกราฟิก
  • 2. ประวัติความเป็นมาของกราฟิก กราฟิก ( Graphic) เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นรูปภาพ ภาพเขียน ตามผนังถ้ำ ใช้เครื่องมือที่เป็น ดินที่มีสี หรือกระดูกคมๆ ในยุคประวัติศาสตร์ อียิปต์เป็นต้นแบบของอารยธรรมตะวันตก มีการเล่าเรื่องราวโดยใช้ Graphic Art เขียนตามกำแพงปิระมิด กรีกรับอารยธรรมอียิปต์มาใช้ปรับปรุงให้เข้ากับ เรขาคณิต
  • 3. ประวัติความเป็นมาของกราฟิก ในสมัยกรีกจะเน้นเป็นรูปวาด และนำไปใช้ในการเขียนตำรา ศิลปะทางด้านนี้ได้รับความนิยมมากในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ปัจจุบันกราฟิกได้รับการพัฒนาและเจริญมากขึ้นเรื่อยๆ มีการขยายขอบเขตงานให้กว้างมากขึ้น เช่น งานโฆษณาประชาสัมพันธ์ งานการศึกษา การแสดง ธุรกิจ ฯลฯ
  • 4. ความหมายของกราฟิก กราฟิก (Graphic) หมายถึง การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและศาสตร์ทางการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน แผนภาพ ตลอดจนสัญลักษณ์ ทั้งสีและขาว - ดำ ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ
  • 5. งานกราฟิก งานกราฟิก หมายถึง งานการวางแผนทางศิลปะและการทำหัวเรื่อง โดยรู้ขนาดสัดส่วน และหลักในการออกแบบ รวมถึงการใช้สีประกอบเพื่อเน้นและดึงดูดความสนใจให้มากขึ้น และเป็นการให้รายละเอียดที่เพิ่มขึ้นด้วย
  • 6. ขอบข่ายงานกราฟิก งานกราฟิกไม่ใช่เพียงแค่งานพิมพ์เท่านั้น เพราะโดยทั่วๆ ไปงานต่างๆ ก็ได้นำงานกราฟิกไปใช้ด้วย โดยยังเน้นจุดเด่นคือ มุ่งให้ผู้ดูรับรู้ได้โดยทางสายตา เช่น งาน ประชาสัมพันธ์ ( ภาพ + เนื้อหา ) งานโทรทัศน์ ( Title , Slide , ภาพประกอบ ) งานจัดฉาก งานสิ่งพิมพ์ต่าง ( หนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร ) งานออกแบบ ( แบบบ้าน แบบอาคาร ) ฯลฯ
  • 7. คุณค่าของงานกราฟิก 1. เป็นสื่อกลางให้เกิดความเข้าใจตรงกัน 2. สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ 3. ช่วยให้งานมีความน่าสนใจ 4. ช่วยให้เกิดการกระตุ้นทางความคิด และการตัดสินใจ 5. ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ 6. ทำให้ผู้พบเห็นเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ทั้งการกระทำและความคิด
  • 8. การออกแบบ กราฟิก (Graphic Design) งานกราฟิกเป็นงานที่มีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก ส่งที่เรามองเห็นด้วยตาจะโน้มน้าวจิตใจได้ดีกว่าการรับรู้ประเภทอื่นๆ ดังนั้นงานกราฟิกที่ดีต้องขึ้นอยู่กับการออกแบบที่ดีด้วย ตั้งแต่การออกแบบ เบื้องต้น การลงสี การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ Graphic Designer จะใช้วิธีการ ทางศิลปะและหลักการออกแบบร่วมกันสร้างสรรค์รูปแบบต่างๆ ออกมาเพื่อ ให้เกิดศักยภาพสูงสุดในการที่จะเป็นตัวกลางในการสื่อความหมายระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร
  • 9. การออกแบบ กราฟิก (Graphic Design) วิธีการออกแบบและวิธี แก้ปัญหาการออกแบบโดยนำเอารูปภาพประกอบ (Illustration) ภาพถ่าย ( Photography) สัญลักษณ์ (Symbol) รูปแบบ และขนาดของตัวอักษร (Typography) มาจัดวางเพื่อให้เกิดการนำเสนอข้อมูลอย่างชัดเจน เกิดผลดีต่อกระบวนการสื่อ ความหมายและแสดงคุณค่าทางการออกแบบอย่างตรงไปตรงมา
  • 10. หลักการออกแบบ ความคิด สร้างสรรค์ (Creativity) คือ การผนวกส่วนของความคิดลึกๆ ภายในใจประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหา แก้ไขโจทย์และเงื่อนไขต่างๆ ที่มีอยู่ โดยมีรูปแบบค่อนข้างใหม่ ไม่ซ้ำกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว และมีคุณค่าในการตอบโจทย์เป้าหมาย หรือสิ่งที่เราต้องการได้เป็นอย่างดี
  • 11. หลักการออกแบบ โดยปกติ เมื่อพูดถึงความคิดสร้างสรรค์ หลายๆ คนอาจจะประสบปัญหา คือ คิดอะไร ทำอะไร ไม่ต่างกับสิ่งที่เห็นอยู่ สิ่งที่มีอยู่ ลองดูโจทย์ต่อไปนี้
  • 12. ให้ลากเส้น 4 เส้น ต่อเนื่องกัน ( ห้ามยกมือ ) โดยผ่านจุดทุกจุดที่เห็น
  • 13. หลักการออกแบบ จากเฉลย จะเห็นกว่ากุญแจสำคัญก็คือการลากเส้นออกไปนอกกรอบสี่เหลี่ยมนั่นเอง ดังนั้นลองมาพิจารณาประเด็นตรงนี้คือ เกือบทุกๆ คนจะรับรู้ว่าสิ่งที่เห็น นั้นเป็นสี่เหลี่ยม แต่จริงๆ แล้วมันเป็นแค่จุด เนื่องจากเราคิดในกรอบของเรา (Conceptual Perception) เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับขบวนการคิดและออกแบบงาน หลายๆ ครั้งเรา ก็จะไม่สามารถคิด อะไรที่เป็น Big Idea ออกมาได้
  • 14. หลักการออกแบบ ทางออก ของความคิดสร้างสรรค์ก็คือ การพยายามคิดออกมานอกกรอบความคิดที่มีอยู่ (Think out of box) แต่ไม่ใช่คิดเลยออกทะลุแล้วไม่สามารถกลับมาตอบโจทย์ของเราได้ จากตัวอย่างจะเห็นว่าเมื่อเราลากเส้น ( คิด ) ออกไปจากจุด ( กฎเกณฑ์ ) แล้ว ในที่สุดเราก็ลากเส้น ( คิด ) มันกลับ เข้ามาอยู่ดี เพียงแต่ลองลากเส้น ( คิด ) เลยออกมานอกจุด ( กฎเกณฑ์ ) ดูบ้าง
  • 15. ค้นหาจุดยืน โดยปกติแต่ละคนจะมีจุดยืนในเรื่องของกราฟิกที่แตกต่างกัน ไม่ต้องกลัวว่าการออกแบบนั้นจะต้องมีความรู้ในเรื่องของศิลปะ ทุกๆ คนมีศิลปะอยู่ในตัวอยู่แล้วทุกๆ คน ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นระดับไหนเท่านั้นเอง
  • 16. ค้นหาจุดยืน 1. คนในระดับทั่วไป คนแต่ละคนมีความมีศิลปะอยู่ภายในอยู่แล้ว ใครๆ ก็สามารถตัดสินงาน หรือวิจารณ์งานได้ คนทุกคนอาจมองไม่เหมือนกัน แต่ก็มีแนวโน้มที่จะมองเห็นไปในทางเดียวกันมากกว่า 2. คนที่มองงานเป็น วิจารณ์ได้ เป็นคนที่ให้ความสนใจงานกราฟิกมากขึ้น มีความเข้าใจในภาพ ในองค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่ในภาพ สามารถคิด วิเคราะห์ และวิจารณ์งานได้
  • 17. ค้นหาจุดยืน 3. คนที่สามารถออกแบบงานกราฟิกได้ คือคนที่สามารถคิดสังเคราะห์โจทย์ แนวความคิด เข้าใจในองค์ประกอบพื้นฐาน และองค์ประกอบสี และควบคุมองค์ประกอบในภาพได้ สามารถจัดองค์ประกอบภายในภาพได้อย่างลงตัว 4. คนที่ออกแบบงานกราฟิกได้ดี คือคนระดับที่ 3 ที่ได้รับการฝึกฝน เรียนรู้ และหาความรู้เพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ เพราะว่างานกราฟิกมีการเปลี่ยนตามยุคตามสมัยเสมอ
  • 18. ค้นหาจุดยืน เราจะเป็นจุดไหนลองพิจารณาให้ดีๆ ถ้าต้องการไปสู่ระดับบนสุด ต้องมีความพยายามและฝึกฝนดีๆ โดยทั่วไปงานทางด้านออกแบบกราฟิก ประกอบด้วย 2 ศาสตร์คือ ศิลปะ + การออกแบบ ศิลปะ = ศาสตร์แห่งการแสดงออกจากจินตนาการและอารมณ์ เพื่อความสุขทางใจ การออกแบบคือ ศาสตร์แห่งความคิด การแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ เพื่อสนองต่อจุดมุ่งหมาย และนำกลับมาใช้งานได้อย่างพึงพอใจ
  • 19. หลักการออกแบบ 1. การ ตอบสนองต่อประโยชน์ใช้สอย 2. ความสวยงามพึงพอใจ ( Aesthetic) 3. การสื่อความหมาย ( Meaning) “ หนึ่ง ต้อง เวิร์ก สอง ต้อง สวย สาม ต้อง สื่อ ”
  • 20. หลักการออกแบบ 1. การตอบสนองต่อประโยชน์ใช้สอย เป็นข้อที่สำคัญในการออกแบบทั้งหมด ประโยชน์ใช้สอยมีอิทธิพลกับงานที่เราออกแบบ เช่น งานออกแบบหนังสือ ต้องทำให้ตัวหนังสือชัดเจน อ่านง่าย งานออกแบบเว็บไซต์ต้องไม่โหลดนาน หรือว่างานมัลติมีเดีย ต้องมีปุ่มสำหรับ กดไปยังส่วนต่างๆ ของเนื้อหานั้น
  • 21. หลักการออกแบบ 2. ความสวยงามพึง พอใจ ( Aesthetic) ในงานที่มีประโยชน์ใช้สอยดีพอๆ กัน ความ งามจะเป็นเกณฑ์ตัดสินคุณค่าของงาน โดยเฉพาะงานออกแบบกราฟิก ซึ่งถือเป็นงานออกแบบที่มีประโยชน์ใช้สอยน้อยกว่างานออกแบบด้านอื่น อย่างงานออกแบบผลิตภัณฑ์ งานออกแบบสถาปัตยกรรมต่างๆ ความสวยงามจึงเป็นเรื่องสำคัญและมีอิทธิพลในการออกแบบกราฟิกอย่างมาก
  • 22. หลักการออกแบบ 3. การสื่อ ความหมาย ( Meaning) งานศิลปะนั้นจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อมันสื่อความหมายออกมาได้ งานกราฟิกก็คืองานศิลปะเช่นกัน การสื่อความหมายจึงเป็นสิ่งที่นักออกแบบขาดเสียไม่ได้ในการออกแบบ ต่อให้งานที่ได้สวยงามอย่างไรแต่ไม่สามารถตอบโจทย์ของงานออกแบบ หรือสื่อสิ่งที่ผู้ออกแบบคิดเอาไว้ได้ งานกราฟิกนั้นก็จะมีคุณค่าลดน้อยลงไป
  • 23. กระบวนการออกแบบงาน Program Analysis Conceptual Design CASE STUDY Preliminary Design Design
  • 24. หลักการออกแบบ 1. การวิเคราะห์โจทย์ ที่มี มาให้แก้ไข (Program Analysis) จุดเริ่มต้นของงานออกแบบคือ ปัญหา หรือ โจทย์จึงมีการออกแบบแก้ไขโจทย์ที่ว่า แต่โจทย์ไม่มีทางออกแบบมาได้ ถ้าปราศจากการวิเคราะห์ที่ถูกต้อง การวิเคราะห์หลักๆ สำหรับโจทย์มีดังนี้ What เราทำงานอะไร Where งานเราจะนำไปใช้ที่ไหน Who ใครเป็นคนที่มาใช้งาน How จะทำงานชิ้นนี้อย่างไร
  • 27. หลักการออกแบบ 4. ออกแบบ ร่าง (Preliminary Design) การออกแบบร่าง คือ การที่เราเอาแนวความคิดที่เรามีออกมาตีความเป็นแบบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเสก็ตมือ ลงมาในกระดาษเพื่อสื่อให้เรา หรือว่าเพื่อร่วมงานเข้าใจ ลักษณะที่ทำมักจะเป็นรูปแบบของ Story Board เป็นการสร้างภาพให้เห็นลำดับขั้นตอนตามเนื้อเรื่องที่เรามีในงานออกแบบ Animation เป็นต้น
  • 28. หลักการออกแบบ 5. ออกแบบ จริง (Design) ออกแบบจริงจากแบบร่างที่เรามีอยู่ จากแบบร่างทั้งหมดที่เราคัดเลือกแล้ว ถัดมาเราจะต้องเลือกใช้เครื่องมือ หรือโปรแกรมต่างๆ ตามที่เราถนัด เช่น Adobe Photoshop , Illustrator เป็นต้น
  • 29. JPEG, BMP,GIF,PSD,TIFF
  • แหล่งที่มาจาก:slideshare.net


องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับงานกราฟิก
ความสำคัญของภาพกราฟิก ภาพกราฟิก คือ ภาพที่ผ่านการตกแต่งด้วยคอมพิวเตอร์ อาจเป็นภาพที่สร้างสรรค์ใหม่หมด หรือภาพที่นำมารีทัช โดยการใช้โปรแกรมกราฟิกมาสร้างสรรค์จนเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งโปรแกรม ด้านกราฟิกก็มีหลายโปรแกรมด้วยกัน แต่โปรแกรมที่นิยมใช้มากที่สุดคือ Adobe Photoshop นั่นเอง

โดย... พีระพงศ์ สุทธาภาศ

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกราฟิก
งานกราฟิกได้เข้ามาที่บทบาทในชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก รอบตัวเราเต็มไปด้วยงานกราฟิก ทั้งแผ่นป้ายโฆษณา ฉลากผลิตภัณฑ์ การนำคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการสร้างสรรค์ ยิ่งทำให้งานกราฟิกมีความสมจริง น่าสนใจ และใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้น

โดย... พีระพงศ์ สุทธาภาศ

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟิก
กราฟิก (Graphic) ที่มาของคำว่า กราฟิก มาจากภาษากรีก คือ - Graphikos หมายถึง การวาดเขียน - Graphein หมายถึง การเขียน

โดย... พีระพงศ์ สุทธาภาศ

วิธีการฆ่าไวรัสบนเครื่องคอมพิวเตอร์ (กรณี Office Scan ฆ่าไม่ได้)
ขั้นตอนการทำ Sysclean

โดย... พีระพงศ์ สุทธาภาศ

RFID เทคโนโลยีแห่งอนาคตในการปฏิวัติระบบซัพพลายเชน
ภายใต้การเปิดเสรีทางการค้าไม่ว่าจะเป็น FTA หรือ WTO ทำให้การค้าไม่มีพรมแดน สินค้าสามารถกระจายไปทั่วโลก ภายใต้มาตรการกีดกันทางการค้าในรูปแบบต่างๆทั้งในรูปแบบต่างๆทั้งในรูปแบบที่เป็น Non Tariff Barrier โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการก่อการร้าย (Terrorism) ซึ่งสินค้าที่ส่งออกจะต้องสามารถตรวจสอบแหล่งที่มา รวมถึงรายละเอียดของสินค้า กระบวนการผลิต และแหล่งผลิต ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ RFID เข้ามามีบทบาทต่อกระบวนการจัดการ Supply Chain หรือโซ่อุปทาน ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมและภาคโลจิสติกส์ของไทยยังไม่มีการขับเคลื่อนหรือถ้ามีก็น้อยมาก โดยหากย้อนกลับมาที่ประเทศไทยภาคอุตสาหกรรมและภาคโลจิสติกส์ ยังมีการขับเคลื่อนในเรื่องนี้น้อยมากผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการบางรายยังไม่รู้จัก RFID อย่างไรก็ดี บทบาทของ RFID ที่จะมีต่อภาคอุตสาหกรรมและการกระจายสินค้า ซึ่งจะก่อให้เกิดการแข่งขันทั้งในด้านต้นทุนและสถานภาพการส่งมอบแบบทันเวลา ทำให้ระบบโลจิสติกส์ ถูกนำมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งในระดับภาคธุรกิจและระดับประเทศ โดยกระบวนการในการขนส่งภายใต้โซ่อุปทาน ความรวดเร็วและถูกต้องในการส่งมอบ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการอยู่รอดของธุรกิจในอนาคต

โดย... พีระพงศ์ สุทธาภาศ

ไวรัสมาจากไหน
ไวรัสคอมพิวเตอร์ (computer virus) หรือเรียกสั้นว่า ไวรัส คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บุกรุกเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ ส่วนมากมักจะมีประสงค์ร้ายและสร้างความเสียหายให้กับ ระบบของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆ ในเชิงเทคโนโลยีความมั่นคงของระบบคอมพิวเตอร์นั้น ไวรัสเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำสำเนาของตัวเ อง เพื่อแพร่ออกไปโดยการสอดแทรกตัวสำเนาไปในรหัสคอมพิวเ ตอร์ส่วนที่สามารถ ปฏิบัติการได้หรือข้อมูลเอกสาร ดังนั้นไวรัสคอมพิวเตอร์จึงมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวก ับไวรัสในทางชีววิทยา ซึ่งสามารถแพร่กระจายไปในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตในลักษณะเดียวกันนี้ คำอื่นๆ ที่ใช้กับไวรัสในทางชีววิทยายังขยายขอบข่ายของความหมายครอบคลุมถึงไวรัสในทางคอมพ ิวเตอร์ เช่น การติดไวรัส (infection) แฟ้มข้อมูลที่ติดไวรัสนี้จะเรียกว่า โฮสต์ (host) ไวรัสนั้นเป็นประเภทหนึ่งของโปรแกรมประเภทมัลแวร์ (malware) หรือโปรแกรมที่มีประสงค์ร้าย ในความหมายที่ใช้กันทั่วไปนั้น ไวรัสยังใช้หมายรวมถึง เวิร์ม (worm) ซึ่งก็เป็นโปรแกรมอีกรูปแบบหนึ่งของมัลแวร์ ซึ่งบางครั้งก็ทำให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์นั้นสับสนเมื่อ คำไวรัสนั้นใช้ในความ หมายที่เฉพาะเจาะจง คอมพิวเตอร์ไวรัสนั้นโดยทั่วไปจะไม่ส่งผลก่อให้เกิดค วามเสียหายต่อฮาร์ดแวร์โดยตรง แต่จะทำความเสียหายต่อซอฟต์แวร์ ในขณะที่ไวรัสโดยทั่วไปนั้นก่อให้เกิดความเสียหาย (เช่น ทำลายข้อมูล) แต่ก็มีหลายชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย เพียงแต่ก่อให้เกิดความรำคาญเท่านั้น ไวรัสบางชนิดนั้นจะมีการตั้งเวลาให้ทำงานเฉพาะตามเงื ่อนไข เช่น เมื่อถึงวันที่ที่กำหนด หรือเมื่อทำการขยายตัวได้ถึงระดับหนึ่ง ซึ่งไวรัสเหล่านี้จะเรียกว่า บอมบ์ (bomb) หรือระเบิด ระเบิดเวลาจะทำงานเมื่อถึงวันที่ที่กำหนด ส่วนระเบิดเงื่อนไขนั้นจะทำงานเมื่อผู้ใช้คอมพิวเตอร ์มีการกระทำเฉพาะซึ่ง เป็นตัวจุดชนวน ไม่ว่าจะเป็นไวรัสชนิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือไ ม่ก็ตาม ก็จะมีผลเสียที่เกิดจากการแพร่ขยายตัวของไวรัสอย่างไ ร้การควบคุม ซึ่งจะเป็นการบริโภคทรัพยากรคอมพิวเตอร์อย่างไร้ประโ ยชน์ หรืออาจจะบริโภคไปเป็นจำนวนมาก

โดย... พีระพงศ์ สุทธาภาศ

10 วิธีพื้นฐาน...สำหรับการพิมพ์ภาพที่สมบูรณ์
เพียงแค่พรินเตอร์คุณภาพสูงอย่างเดียวนั้นยังไม่พอที่จะทำให้คุณพิมพ์ภาพถ่ายออกมาอย่างสมบูรณ์แบบได้ ตราบใดที่คุณละเลยขั้นตอนพื้นฐานต่อไปนี้

โดย... พีระพงศ์ สุทธาภาศ