ข้อมูลองค์ความรู้โดย
พงษ์สกล สุขสราญจิต
ตำแหน่ง การตลาด

:: DISPLAY CARD ::

ประเภททางด้าน IT หลัก :   Hardware
ประเภททางด้าน IT ย่อย :   Computers
  ลงข้อมูลเมื่อ 20:12:29 20/03/2013
  Page View (1839) แบ่งปัน

การเลือกการ์ดแสดงผล แรกสุดในการเลือกควรให้ความสำคัญกับชิปแสดงผลก่อนว่าจะเลือกรุ่นใด โดยหากไม่ทราบว่าจะเลือกรุ่นใดดี ก็ต้องทำการศึกษาข้อมูลเสียก่อนล่วงหน้าก่อนการเลือกซื้อ โดยอาจจะอ่านจากนิตยสารทั่วไปหรือในเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลก่อนว่าชิปแสดงผลแต่ละรุ่นเป็นอย่างไรกันบ้าง

ที่ต้องเลือกชิปแสดงผลก่อนก็เพราะตัวชิปแสดงผลนั้น ถือว่าเป็นหัวใจหลักในเรื่องประสิทธิภาพของการ์ดแสดงผล โดยหากชิ?ปแสดงผลมีความสามารถสูง การ์ดแสดงผลนั้น ๆ ก็จะมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี แต่หากชิปแสดงผลด้อยความสามารถ ประสิทธิภาพที่ได้ก็จะด้อยลงไป

ชิปแสดงผลที่เด่น ๆ ในตลาดปัจจุบันจะเป็นชิปแสดงผลที่ผลิตโดยบริษัท Nvidia เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยรุ่นที่กำลังเป็นที่สนใจในท้องตลาดก็เช่น GeForce2 MX, GeForce2 Ultra เป็นต้น

ทั้งนี้หากจะแบ่งกลุ่มผู้ใช้ออกเป็นสามระดับ ได้แก่

ระดับเริ่มต้น : ได้แก่ผู้ที่ไม่เน้นการใช้งานด้านกราฟิกมากนัก แต่จะเน้นการเล่นอินเทอร์เน็ตเป็นหลักและใช้งานทั่ว ๆ ไป

ระดับปานกลาง : ได้แก่ผู้ที่ใช้งานเครื่องทั่วไป โดยอาจเล่นเกมสามมิติบ้าง แต่ไม่เน้นหนักนัก

ระดับสูง : ได้แก่ผู้ที่เน้นความเร็วในการแสดงผลแบบสามมิติ โดยเฉพาะเกมรุ่นใหม่ ๆ

 
การเลือกชิปแสดงผลของผู้ซื้อแต่ละกลุ่มดังกล่าวก็จะแตกต่างกันออกไป โดยมีคำแนะนำกว้าง ๆ ให้เลือกดังนี้
สำหรับกลุ่มผู้ใช้ระดับเริ่มต้นที่ไม่เน้นเรื่องความเร็วนักนั้น ชิปแสดงผลที่พอจะเหมาะกับผู้ใช้กลุ่มนี้ได้แก่ ชิปแสดงผลรุ่นต่าง ๆ เหล่านี้ Riva TNT, Riva TNT2 M64, Riva Vanta โดยการ์ดแสดงผลที่ใช้ชิปดังกล่าวนี้ จะมีความสามารถในด้านการแสดงผลสามมิติเช่นกัน แต่จะมีความเร็วค่อนข้างต่ำ ไม่เหมาะกับการเล่นเกม หรือใช้ในโปรแกรมกราฟิกขั้นสูงมากนักเพราะจะช้าเกินไป แต่สำหรับผู้ใช้กลุ่มเริ่มต้นนี้ ชิปแสดงผลกลุ่มนี้ นับว่าเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้กลุ่มนี้ได้สบาย

ต่อมาสำหรับผู้ใช้ระดับกลางนั้น ชิปแสดงผลที่จะแนะนำก็จะมีอยู่หลายรุ่น ได้แก่ Riva TNT2, Riva TNT2 Ultra, Voodoo3, Matrox G400, Matrox G450 โดยระดับราคาของชิปแต่ละรุ่นนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ระดับประมาณ 4,000 บาท ไปจนถึงราว 6,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ ทั้งนี้ชิปรุ่นต่าง ๆ เหล่านี้จะมีความเร็วอยู่ในระดับปานกลาง โดยจะสามารถรองรับเกมรุ่นใหม่ ๆ ได้ดีพอสมควร แต่จะไม่รวดเร็วนัก ซึ่งก็ยังถือว่าน่าจะพอเพียงกับผู้ใช้กลุ่มนี้

สุดท้ายคือชิปแสดงผลสำหรับผู้ใช้กลุ่มระดับสูง ที่เน้นเรื่องความเร็วเป็นหลัก โดยเฉพาะความเร็วในเกมสามมิติ ชิปแสดงผลสำหรับผู้ใช้กลุ่มนี้จะประกอบไปด้วย GeForce 256, GeForce2 MX, GeForce2 GTS, GeForce2 Pro, GeForce2 Ultra, Voodoo5 โดยระดับราคาของการ์ดที่ใช้ชิปเหล่านี้จะมีราคาตั้งแต่ราว 6,000 บาท ไปจนถึงกว่า 14,000 บาท หรือสูงกว่านี้ ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อว่ามีรายละเอียดอย่างไร ทั้งนี้การ์ดที่ใช้ชิปรุ่นต่าง ๆ ที่ว่ามานี้จะถือว่าเป็นการ์ดที่ออกแบบมา ให้เหมาะกับการเล่นเกมแบบสามมิติโดยเฉพาะ โดยแต่ละรุ่นจะสามารถแสดงผลเกมสามมิติได้อย่างรวดเร็ว ในโหมดความละเอียดสูงที่ต้องมีการคำนวณข้อมูลจำนวนมหาศาล
 
ลำดับความเร็วชิปแสดงผล

ลำดับความเร็วของชิปแสดงผล ในปัจจุบันเรียงตามลำดับจากเร็วสุดและลดลงเรื่อย ๆ ตามลำดับ

1. GeForce2 Ultra

2. GeForce2 Pro

3. GeForce2 GTS

4. GeForce 256 DDR, GeForce2 MX

5. GeForce 256 SDR, Voodoo5 5500

6. Riva TNT2 Ultra, Matrox G400

7. Riva TNT2, Voodoo3 3000

8. Riva TNT2 M64

9. Riva TNT

10. Riva Vanta

11. ฯลฯ

 
Interface (PCI&AGP)

การ์ดแสดงผลจะมีอินเทอร์เฟสในการเชื่อมต่ออยู่ด้วยกันสองรูปแบบหลัก แบบแรกคือแบบ PCI ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟสแบบเก่าที่มีความเร็วไม่สูงนัก อีกแบบคือแบบ AGP ที่เป็นสล็อตที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับการ์ดแสดงผลเป็นการเฉพาะ จุดเด่นของสล็อตแบบ AGP ก็คือเรื่องของความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่เหนือกว่าแบบ PCI อยู่พอสมควร

การเลือกซื้อการ์ดแสดงผลนั้นหากเมนบอร์ดมีสล็อตแบบ AGP ผู้ใช้ก็ควรเลือกการ์ดแสดงผลแบบ AGP เพราะจะทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดของตัวการ์ด แต่หากบนเมนบอร์ดไม่มีสล็อตแบบ AGP เตรียมไว้ ก็จำเป็นต้องเลือกการ์ดแสดงผลแบบ PCI เท่านั้น โดยการ์ดแสดงผลรุ่นใหม่ ๆ บางรุ่นจะมีทั้งเวอร์ชัน PCI และ AGP ให้เลือกแล้วแต่ความต้องการของผู้ซื้อ แต่ส่วนใหญ่การ์ดแสดงผลรุ่นใหม่จะเน้นไปที่ AGP เกือบทั้งสิ้น

 
ชนิดหน่วยความจำ

หน่วยความจำที่ติดตั้งอยู่บนการ์ดแสดงผลนั้น เป็นปัจจัยสำคัญในเรื่องของประสิทธิภาพความเร็วในการทำงาน ของการ์ดแสดงผลไม่แพ้เรื่องของชิปแสดงผลเช่นกัน เพราะหน่วยความจำ จะเป็นส่วนที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลที่จะต้องส่ง และรับจากชิปแสดงผล โดยหากหน่วยความจำมีความเร็วต่ำ ก็จะทำให้ไม่สามารถรับส่งข้อมูลกับชิปแสดงผลได้อย่างสอดคล้อง ส่งผลให้ความเร็ว ในการทำงานของการ์ดแสดงผลไม่ดีอย่างที่ควรได้

หน่วยความจำสำหรับการ์ดแสดงผลรุ่นใหม่ ๆ นั้นตอนนี้ จะมีพิจารณาหลัก ๆ เป็นสองแบบ แบบแรกคือแบบ SDRAM ซึ่งมีใช้กันอยู่ในการ์ดแสดงผลรุ่นก่อน โดยเทคโนโลยีแบบ SDRAM นั้นจะสามารถรับส่งข้อมูลได้เพียงหนึ่งชุดต่อหนึ่งสัญญาณนาฬิกา แบบที่สองคือแบบ DDR (Double Data Rate) ซึ่งใช้อยู่ในการ์ดแสดงผลรุ่นใหม่ ๆ โดยเทคโนโลยีแบบ DDR นั้นจะสามารถรับส่งสัญญาณข้อมูลได้ถึงสองชุดต่อหนึ่งสัญญาณนาฬิกา ส่งผลให้สามารถส่งผ่านข้อมูลได้มากกว่าหน่วยความจำแบบ SDRAM

การเลือกซื้อนั้นหากเป็นไปได้ก็น่าจะเลือกแบบ DDR เป็นตัวเลือกแรก เพราะจะประสิทธิภาพจะเหนือกว่าแบบ SDRAM อยู่พอประมาณ เช่น GeForce256 ที่หลายยี่ห้อมีทั้งแบบ SDRAM และ DDR ให้เลือก โดยแบบ DDR นั้นราคาจะแพงกว่าพอประมาณ

แต่ทั้งนี้การ์ดแสดงผลรุ่นใหม่บางรุ่นก็อาจจะยังคงใช้หน่วยความจำแบบ SDRAM อยู่บ้าง เช่น GeForce2 MX ที่หลายยี่ห้อยังใช้แรมแบบ SDRAM อยู่ โดยเท่าที่ปรากฏจนถึงปัจจุบันดูเหมือนจะมีเพียง Creative เท่านั้นที่ใช้หน่วยความจำแบบ DDR กับการ์ด GeForce2 MX

 
ขนาดหน่วยความจำ
ขนาดของหน่วยความจำบนตัวการ์ดมีความสำคัญไม่น้อยอยู่เหมือนกัน เพราะจะมีผลต่อความเร็วในการทำงานของการ์ดด้วย โดยในตลาดตอนนี้ขนาดที่ถือว่าเป็นมาตรฐานของการ์ดแสดงผลก็คือ 32 MB เพราะจะสามารถรองรับข้อมูลได้เพียงพอต่อการใช้งาน ของแอพพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างดี
แบ่งตามลักษณะ การใช้งาน

การเลือกขนาดของหน่วยความจำบนการ์ดนั้น  ให้พิจารณาจากการใช้งานของตนเป็นหลักด้วย โดยหากจะแบ่งลักษณะการใช้งาน ของผู้ใช้ออกเป็นสามระดับอีกเช่นเคยก็จะแบ่งได้ดังนี้

 

ระดับเบื้องต้น : หน่วยความจำบนการ์ดแสดงผลที่เหมาะสม สำหรับผู้ใช้กลุ่มนี้จะอยู่ที่อย่างน้อย 8 MB ขึ้นไป โดยอาจมองไปที่ระดับ 16 MB เลยด้วย ทั้งนี้การ์ดแสดงผลรุ่นที่เหมาะกับผู้ใช้กลุ่มนี้ นั้นส่วนใหญ่ก็จะมีขนาดของหน่วยความจำอยู่ในราว 16 MB นั่นเอง ซึ่งจะเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่ว ๆ ไป หรือเล่นเกมบ้างเล็กน้อยได้อย่างไม่มีปัญหา

ระดับกลาง : สำหรับผู้ใช้ระดับกลางที่เล่นเกมมากขึ้นมาอีกหน่อย ควรเลือกการ์ดที่มีขนาดหน่วยความจำราว 32 MB จะเหมาะสมกว่า เพราะจะเพียงพอต่อการใช้งานของผู้ใช้ ได้ดีกว่าการ์ดขนาด 16 MB โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของการเล่นเกม ที่หน่วยความจำที่มากกว่าจะช่วยให้การ์ดทำงานได้รวดเร็วขึ้น

ระดับสูง : สุดท้ายระดับสูงที่เน้นการเล่นเกมสามมิติ หรือการใช้แอพพลิเคชันสามมิติเป็นหลักนั้น ขนาด 32 MB ถือเป็นขั้นเริ่มต้นที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้กลุ่มนี้  โดยหากต้องการความเร็วในระดับที่เหนือขั้นกว่านี้ ก็อาจมองไปที่การ์ดขนาดหน่วยความจำ 64 MB ได้ด้วย แต่ก็ต้องทราบไว้ด้วยว่าราคาจำหน่ายก็จะสูงกว่าขนาด 32 MB อยู่พอประมาณเช่นกัน ซึ่งหากต้องการจะประหยัดก็สามารถเลือกขนาด 32 MB ก็ได้ เพราะความเร็วก็นับว่าเป็นรองขนาด 64 MB ไม่ได้มากมายอะไร

 

ความเร็ว RAMDAC

ประการต่อมา ที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาเลือกซื้อการ์ดแสดงผลก็คือ เรื่องของความเร็ว RAMDAC โดยในปัจจุบันนั้นปัจจัยนี้ไม่มีผลต่อการเลือกซื้อมากเหมือนในอดีตแล้ว

ความเร็วสัญญาณนาฬิกาของ RAMDAC นั้นจะมีผลต่อการปรับอัตรารีเฟรชจอภาพในโหมดการแสดงผลแบบ 2D รวมทั้งความเร็วในการทำงานแบบ 2D ด้วย โดยหาก RAMDAC มีความเร็วสูงก็จะช่วยให้สามารถปรับอัตรารีเฟรชจอภาพที่ระดับสูง ๆ ได้ในความละเอียดสูง ทำให้ภาพมีความนิ่งดูสบายตา รวมทั้งยังช่วยให้ความเร็วในการทำงานแบบ 2D เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

แต่ที่บอกว่าความเร็ว RAMDAC ไม่ได้เป็นปัจจัยหลัก ในการพิจารณาเลือกซื้อการ์ดแสดงผลอีกต่อไปแล้วก ็เพราะปัจจุบันนั้นการ์ดแสดงผลเกือบทั้งหมดใช้ RAMDAC ความเร็วสูงกันแทบทั้งสิ้น ซึ่งความเร็ว RAMDAC ในปัจจุบันนั้นเร็วเกินพอ สำหรับการปรับอัตรารีเฟรชสูง ในความละเอียดสูง จนกลายเป็นว่าความเร็ว RAMDAC นั้นไม่ได้เป็นหัวข้อในการพิจารณาอีกต่อไปแล้ว เพราะทุกรุ่นทุกยี่ห้อมีความสามารถไม่ด้อยไปกว่ากันแล้ว

 

คุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ (TV-Out, Video-In)

อีกประเด็นหนึ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อการ์ดแสดงผลก็คือ เรื่องของความสามารถเพิ่มเติมพิเศษนอกเหนือจากแค่แสดงผลได้ตามปกติ ความสามารถที่ว่าก็เช่น การสนับสนุนการต่อสัญญาณไปยังโทรทัศน์  การสนับสนุนแว่นตาสามมิติ การสนับสนุนการรับสัญญาณจากแหล่งสัญญาณภายนอก ฯลฯ

การพิจารณาว่าจะเลือกการ์ดที่มีคุณสมบัติใดหรือไม่ นั้นก็จะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้เป็นหลักว่าต้องการคุณสมบัติใดบ้าง เช่น บางคนอาจต้องการให้มี TV-Out เพราะอยากจะต่อสัญญาณไปโทรทัศน์ แต่บางคนอาจต้องการให้มีทั้ง TV-Out และ Video-In เพราะอยากต่อสัญญาณจากวิดีโอเข้ามาในคอมพิวเตอร์  ซึ่งการ์ดแต่ละรุ่นก็อาจจะสนับสนุนคุณสมบัติเหล่านี้ต่างกันไป การเลือกก็จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองว่าต้องการอะไร

ทั้งนี้หากผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้คุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกการ์ดที่มีคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้อยู่ก็ได้ ซึ่งก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้อีก

 

ที่มา : http://www.it.co.th



องค์ความรู้ที่มีผู้อ่านมากสุด
:: FIREWALL::
รู้จักกับ Firewall ในความหมายทางด้านการก่อสร้างแล้ว ไฟร์วอลล์ จะหมายถึง กำแพงที่เอาไว้ป้องกันไฟไม่ให้ลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ส่วนทางด้านคอมพิวเตอร์นั้นก็จะมีความหมายคล้ายๆ กันก็คือ เป็นระบบที่เอาไว้ป้องกันอันตรายจากอินเตอร์เน็ตหรือเน็ตเวิร์กภายนอกนั่นเอง

โดย... พงษ์สกล สุขสราญจิต